โรค เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ (Endometriosis) เกิดจากอะไร และวิธีการรักษาเบื้องต้นเป็นอย่างไร

วันที่โพสต์:
feature-image-blurfeature-image

เขียนโดย

แชร์บทความ

share-optionshare-optionshare-optionshare-option

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

เยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่ หรือช็อกโกแลตซีสต์ (Chocolate Cyst) คือ ภาวะที่มีเยื่อบุผนังมดลูกไปเจริญอยู่ภายนอกมดลูก ทำให้เกิดเป็นเลือดประจำเดือนคั่งค้างในที่ต่างๆ ซึ่งร่างกายขับออกมาไม่ได้ ส่งผลให้ผู้ป่วยมีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรงในช่วงที่มีรอบเดือน รวมทั้งอาจส่งผลให้เกิดภาวะมีบุตรยากตามมา เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญผิดที่มักเกิดขึ้นบริเวณรังไข่ ท่อนำไข่ หรือเนื้อเยื่อรอบๆ มดลูก บริเวณใกล้เคียงที่พบได้น้อยกว่า เช่น ลำไส้ กระเพาะปัสสาวะ หรือปากมดลูก ซึ่งก็จะทำให้มีอาการแสดงที่แตกต่างกันไป ส่วนสาเหตุการเกิดโรคยังไม่ทราบกลไกแน่ชัดในปัจจุบัน

อาการของโรค

ผู้ป่วยเยื่อบุมดลูกเจริญผิดที่จะมีอาการของโรคแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของโรค อาการที่พบได้บ่อยที่สุดคือ ปวดท้องน้อยและปวดอุ้งเชิงกราน อาการปวดจะสัมพันธ์กับรอบเดือน คือ เริ่มปวดหน่วงๆ ก่อนมีประจำเดือนเล็กน้อย และปวดบีบหน่วงมากขึ้นในช่วงที่มีประจำเดือน อาการอื่นๆ ที่พบร่วมได้ เช่น

  • เจ็บช่องคลอดหรือในอุ้งเชิงกรานขณะมีเพศสัมพันธ์
  • ภาวะมีบุตรยาก
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ เนื่องจากระดับฮอร์โมนที่แปรปรวนไป
  • หากก้อนโตมากอาจคลำได้ก้อนที่ท้องน้อย
  • หากเยื่อบุมดลูกไปเจริญที่ผนังลำไส้จะมีอาการปวดหน่วงท้องน้อยเวลาถ่ายอุจจาระด้วยได้

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

อาศัยการซักประวัติลักษณะการปวดท้องน้อย และอาการร่วมอื่นๆ การตรวจภายใน และอัลตราซาวด์ทางช่องคลอดในการวินิจฉัย บางรายอาจต้องตรวจส่องกล้องช่องท้อง ในกรณีที่ตรวจภายในหรืออัลตราซาวนด์แล้วยังหาสาเหตุไม่พบ

แนวทางการดูแลรักษา

  • การใช้ยาฮอร์โมน เพื่อไปยับยั้งไม่ให้เยื่อบุโพรงมดลูกเจริญมากขึ้น หรือกระจายไปเจริญขึ้นที่อื่นอีก หากหยุดยาก็จะกลับมามีอาการอีก ดังนั้นโดยทั่วไปมักจะให้ยาไปจนหมดประจำเดือนหรือจนกว่าผู้ป่วยจะอยากมีบุตร
  • ยาฮอร์โมนที่ใช้ในปัจจุบัน ได้แก่ ยาคุมกำเนิด, โปรเจสติน (Progestin), โกนาโดโทรปิน รีลิสซิ่ง ฮอร์โมน (Gonadotropin Releasing Hormone), ดานาซอล (Danazol)
  • นอกจากยาฮอร์โมนแล้วแพทย์อาจพิจารณาจ่ายยาแก้ปวดสำหรับบรรเทาอาการ โดยสามารถใช้ได้ทั้งพาราเซตามอล หรือยาแก้อักเสบกลุ่ม NSAIDs เช่น พอนสแตน หรือไอบูโพรเฟน
  • การผ่าตัด ในกรณีที่วางแผนมีบุตร มีอาการปวดท้องน้อยอย่างรุนแรง หรือรักษาด้วยฮอร์โมนบำบัดแล้วไม่ได้ผล

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

สูตินรีแพทย์, ศัลยแพทย์เด็ก กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=1063    https://www.hopkinsmedicine.org/health/conditions-and-diseases/endometriosis

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • ภาวะหมดประจำเดือน/วัยทอง (Menopause)

ภาวะหมดประจำเดือน/วัยทอง (Menopause)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค วัยหมดประจำเดือน หรือวัยหมดระดู หมายถึง สตรีในวัย 40 – 59 ปี ที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ลดลงเนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นในหญิงทุกคนตามธรรมชาติ ทำให้สิ้นสุดการมีประจำเดือนอย่างถาวรร่วมด้วยกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาอื่นๆตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น อาการของโรค อาการระยะสั้น * ประจำเดือนมาไม่ปกติ มาติดกันหรือห่างจากกันมาก หรือเลือดออกช่องคลอดกะปริบกะปรอยได้ * อาการร้อนวูบวาบ * นอนไม่หลั

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • สงสัยภาวะตั้งครรภ์ (Pregnancy)

สงสัยภาวะตั้งครรภ์ (Pregnancy)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค การตั้งครรภ์ (Pregnancy) คือ ภาวะที่เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับอสุจิ แล้วได้ตัวอ่อนเกิดขึ้นมา ในการตั้งครรภ์ปกติ ตัวอ่อนจะไปฝังอยู่ที่เยื่อบุโพรงมดลูก และตัวอ่อนจะแบ่งตัวและพัฒนาเป็นอวัยวะต่าง ๆ จนเจริญเติบโตเป็นทารก ซึ่งผู้หญิงโดยทั่วไปที่มีประจำเดือนปกติและมาสม่ำเสมอทุก ๆ 28 - 30 วัน จะตั้งครรภ์ประมาณ 40 สัปดาห์ หรือประมาณ 280 วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด อาการของโรค * ประจำเดือนขาด * มีอาการแพ้ท้อง ปรากฏในช่วงตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6 สัปดาห์

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • ภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ

ภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ (Oligomenorrhea)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค โดยทั่วไป รอบเดือนแต่ละรอบของผู้หญิงจะห่างกันประมาณ 21 - 35 วัน ภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ คือ ภาวะที่มีการขาดประจำเดือน หรือประจำเดือนมาห่างกว่าปกติ อาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และไม่ใช่สัญญาณอันตรายเสมอไป ส่วนใหญ่มักเกิดกับวัยรุ่นและผู้หญิงที่ใกล้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ตัวอย่างสาเหตุประจำเดือนมาน้อยอื่นๆ ได้แก่ * การตั้งครรภ์ ผู้ที่ตั้งครรภ์อาจมีเลือดออกจากช่องคลอดแบบกะปริบกะปรอยในช่วงแรก จากนั้นจะขาดประจำเดือนไป หากมีความเสี่ยงตั้งครรภ์ควรทำการตรวจการตั้งครรภ์

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (Abnormal vaginal bleeding unspecified)

ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (Abnormal vaginal bleeding unspecified)

ประจำเดือน...มาเยอะ มาน้อย เสี่ยง มีภาวะเลือดออกผิดปกติ ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก(Abnormal uterine bleeding) นั้นหมายถึงการที่รอบประจำเดือนมีความผิดปกติ คลาดเคลื่อน รวมถึง ระยะเวลาที่มีประจำเดือน, ปริมาณเลือดที่ออกมา, ความห่างของแต่ละรอบเดือน มีความผิดปกติเกิดขึ้น โดยปกติแล้วนั้นรอบเดือนควรจะมีทุกๆ 24-38 วัน โดยระยะเวลาที่มีเลือดระดูออกมานั้นอยู่ที่ 3-8 วัน รวมถึงความผิดปกติของเลือดระดูที่ออกมานั้นถ้ามีเลือดออกในช่วงระหว่างรอบเดือน, หลังจากการมีเพศสัมพันธ์,

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • ซิฟิลิส ระยะที่หนึ่ง (Primary syphilis)

ซิฟิลิส ระยะที่หนึ่ง (Primary syphilis)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคติดเชื้อจากแบคทีเรีย โดยปกติจะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อซิฟิลิส หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดปัญหารุนแรงตามมาภายหลังได้ การดำเนินโรคในขั้นต้นโดยทั่วไปจะเริ่มจากบาดแผลบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก เรียกว่าแผลริมแข็ง (Chancre) การแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่นสามารถเกิดได้ผ่านทางการสัมผัสบาดแผลนี้กับผิวหนังหรือเยื่อบุต่างๆ โรคซิฟิลิสอาจเป็นปัญหาที่ตรวจพบได้ยาก เนื่องจากการดำเนินโรคหลังจากได้รับเชื้อแล้ว เชื้อแบคที