โรค เนื้องอกมดลูก (Myoma uteri & Adenomyosis) เกิดจากอะไร และวิธีการรักษาเบื้องต้นเป็นอย่างไร

วันที่โพสต์:
feature-image-blurfeature-image

เขียนโดย

แชร์บทความ

share-optionshare-optionshare-optionshare-option

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

เนื้องอกมดลูกเกิดจากการแบ่งเซลล์ผิดปกติของกล้ามเนื้อมดลูก พบบ่อยที่ช่วงอายุประมาณ 40 ปี สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด สันนิษฐานว่า เกิดจากกรรมพันธุ์ และปัจจัยด้านฮอร์โนเพศหญิง ดังนั้นสตรีวัยหมดประจำเดือนจึงมีขนาดของเนื้องอกฝ่อลงได้เอง เนื้องอกส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง และมีโอกาสกลายเป็นมะเร็งน้อยกว่า 1% แบ่งเป็น 3 ชนิดใหญ่ๆ ตามตำแหน่งของเนื้องอก คือ เนื้องอกที่โตยื่นออกไปจากตัวมดลูก เนื้องอกที่โตในกล้ามเนื้อมดลูก และเนื้องอกที่โตเข้ามาในโพรงมดลูก

อาการของโรค

  • มีเลือดประจำเดือนออกมากผิดปกติ เป็นอากากรที่พบได้บ่อยที่สุด โดยประจำเดือนจะยังมาค่อนข้างตรงรอบเดือน แต่ปริมาณและจำนวนวันของประจำเดือนจะเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิม
  • คลำพบก้อนที่ท้องน้อย หรือรู้สึกว่าท้องโตขึ้น
  • ปวดหน่วงท้องน้อยเวลามีประจำเดือน
  • หากก้อนโตมาก จะทำให้เกิดอาการของอวัยวะข้างเคียงจากการที่ก้อนโตไปกดได้ เช่น ปัสสาวะบ่อย หรือท้องผูก
  • มีบุตรยาก รวมถึงเป็นสาเหตุให้เกิดการแท้งบุตรได้

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

แพทย์จะวินิจฉัยได้ด้วยการซักประวัติอาการ การตรวจภายใน และตรวจอัลตร้าซาวนด์ทางหน้าท้องหรือทางช่องคลอด ในบางกรณีอาจมีการตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ร่วมด้วยเพื่อช่วยประเมินขนาดและจำนวนก้อน รวมถึงผลกระทบต่ออวัยวะข้างเคียง

แนวทางการดูแลรักษา

  • สำหรับเนื้องอกขนาดเล็ก และไม่มีอาการ ควรตรวจอัลตราซาวดน์ติดตามขนาดของก้อนเป็นระยะไปก่อน
  • การรักษาโดยการใช้ยา ในกรณีที่มีประจำเดือนมามากผิดปกติ แพทย์อาจพิจารณาให้ยาฮอร์โมนเพื่อช่วยลดอาการ และลดขนาดของก้อนเนื้องอกก่อน
  • การรักษาโดยการผ่าตัด แบ่งเป็น 2 แบบ คือ การตัดเฉพาะเนื้องอกมดลูกซึ่งทำในรายที่อายุน้อยหรือยังมีความต้องการมีบุตร และการตัดมดลูกทิ้งทั้งหมดมักทำในรายที่อายุมาก หรือไม่ต้องการมีบุตรแล้ว

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

สูตินรีแพทย์, ศัลยแพทย์เด็ก กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

หากมีอาการเบื่ออาหาร น้ำหนักลด ปวดท้องรุนแรง คลำได้ก้อนโตเร็ว มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งของมดลูก หรือรังไข่ ควรพบแพทย์โดยเร็วเพื่อวินิจฉัยแยกจากโรคมะเร็งต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=979    https://www.aafp.org/afp/2017/0115/p100.html

กระทู้ที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด

หญิง | อายุ 32 ปี

เนื้องอกมดลูก (Myoma uteri & Adenomyosis)

  • แสบท้อง
  • ปวดหลัง
  • จุกแน่นท้อง
  • +3

ปวดหน่วงท้องน้อยมากเลยค่ะ ไปหาหมอบอกเป็นมดลูกโต หมอได้ให้กินยาคุม แต่ไม่ได้ให้ยาแก้ปวดท้อง พอทานยาคุมก็ไม่มีป.จ.ด ยาคุมเมอร์ซิลอน21เม็ด กินมาได้2แผงแล้วค่ะ แค่อาการปวดท้องน้อยก็ยังปวด เหมือนเดิม ถึงแม้ ไม่มีป.จ.ด ปวดหลัง ร้าวลงขา มีผลกระทบต่อการทำงาน ทำงานไม่ค่อยไหว พอทำนู่นทำนี่ก็จะปวดท้องทันที แต่ก่อนยังพอทนได้ ไม่ต้องพึ่งยาแก้ปวด แต่เดี๋ยวนี้ต้องซื้อยาไอบูเฟนกินทุกวันเพราะปวดหน่วงท้องน้อยมาก รู้ว่ากินมากไม่ดี แต่ถ้าไม้กินก็จะปวดมาก ไม่รู้จะทำอย่างไรแล้วค่ะ😭😭

thumbs-up

0

thumbs-upแพทย์ตอบคำปรึกษาแล้ว

หญิง | อายุ 17 ปี

เนื้องอกมดลูก (Myoma uteri & Adenomyosis)

  • ประจำเดือนมามากผิดปกติ
  • เลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด
  • เนื้องอกมดลูก

หนูมีพสพ. เมื่อวาน แล้วเลือดออกระหว่างทำกิจกรรม แต่ไม่รู้ตัวและไม่รู้สึกเจ็บ แต่แสบที่บริเวณแคมใหญ่ที่ใช้ท่า รู้ว่าน้ำเยอะ เลยมองดูว่าเป็นเลือดสีแดง และเยอะ พอถึงวันนี้ก็มีเลือดไหลออกมาบ้าง แต่น้อย ถ้าแตะดูจะเป็นสีแดงคล้ำๆ แต่ในผ้าอนามัย เป็นสีน้ำตาล ก่อนหน้านี้ เคยมีอาการ เลือดเป็นสีน้ำตาล2-3วันแล้วเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่ปริมาณน้อยทั้งหมด แล้วหาย เป็นแบบนี้2เกือบ3ครั้ง ไม่มีอาการตกขาวผิดปกติ ไม่มีในปริมาณมาก ไม่ผิดปกติจนผิดสังเกตุ อาการมันหลังจาฝังเข็มยาคุมแบบ5ปี ได้4เดือนแล้วค่ะ สงสัยมากค่ะ อยากตรวจแต่ไม่สะดวก ไปค้นหาอาการในเน็ต แต่ไม่ค่อยจะตรงกับตัวเองมากนัก

thumbs-up

0

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • ภาวะหมดประจำเดือน/วัยทอง (Menopause)

ภาวะหมดประจำเดือน/วัยทอง (Menopause)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค วัยหมดประจำเดือน หรือวัยหมดระดู หมายถึง สตรีในวัย 40 – 59 ปี ที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ลดลงเนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นในหญิงทุกคนตามธรรมชาติ ทำให้สิ้นสุดการมีประจำเดือนอย่างถาวรร่วมด้วยกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาอื่นๆตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น อาการของโรค อาการระยะสั้น * ประจำเดือนมาไม่ปกติ มาติดกันหรือห่างจากกันมาก หรือเลือดออกช่องคลอดกะปริบกะปรอยได้ * อาการร้อนวูบวาบ * นอนไม่หลั

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • สงสัยภาวะตั้งครรภ์ (Pregnancy)

สงสัยภาวะตั้งครรภ์ (Pregnancy)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค การตั้งครรภ์ (Pregnancy) คือ ภาวะที่เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับอสุจิ แล้วได้ตัวอ่อนเกิดขึ้นมา ในการตั้งครรภ์ปกติ ตัวอ่อนจะไปฝังอยู่ที่เยื่อบุโพรงมดลูก และตัวอ่อนจะแบ่งตัวและพัฒนาเป็นอวัยวะต่าง ๆ จนเจริญเติบโตเป็นทารก ซึ่งผู้หญิงโดยทั่วไปที่มีประจำเดือนปกติและมาสม่ำเสมอทุก ๆ 28 - 30 วัน จะตั้งครรภ์ประมาณ 40 สัปดาห์ หรือประมาณ 280 วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด อาการของโรค * ประจำเดือนขาด * มีอาการแพ้ท้อง ปรากฏในช่วงตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6 สัปดาห์

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • ภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ

ภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ (Oligomenorrhea)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค โดยทั่วไป รอบเดือนแต่ละรอบของผู้หญิงจะห่างกันประมาณ 21 - 35 วัน ภาวะประจำเดือนมาน้อยผิดปกติ คือ ภาวะที่มีการขาดประจำเดือน หรือประจำเดือนมาห่างกว่าปกติ อาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียว และไม่ใช่สัญญาณอันตรายเสมอไป ส่วนใหญ่มักเกิดกับวัยรุ่นและผู้หญิงที่ใกล้เข้าสู่วัยหมดประจำเดือน ตัวอย่างสาเหตุประจำเดือนมาน้อยอื่นๆ ได้แก่ * การตั้งครรภ์ ผู้ที่ตั้งครรภ์อาจมีเลือดออกจากช่องคลอดแบบกะปริบกะปรอยในช่วงแรก จากนั้นจะขาดประจำเดือนไป หากมีความเสี่ยงตั้งครรภ์ควรทำการตรวจการตั้งครรภ์

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (Abnormal vaginal bleeding unspecified)

ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (Abnormal vaginal bleeding unspecified)

ประจำเดือน...มาเยอะ มาน้อย เสี่ยง มีภาวะเลือดออกผิดปกติ ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก(Abnormal uterine bleeding) นั้นหมายถึงการที่รอบประจำเดือนมีความผิดปกติ คลาดเคลื่อน รวมถึง ระยะเวลาที่มีประจำเดือน, ปริมาณเลือดที่ออกมา, ความห่างของแต่ละรอบเดือน มีความผิดปกติเกิดขึ้น โดยปกติแล้วนั้นรอบเดือนควรจะมีทุกๆ 24-38 วัน โดยระยะเวลาที่มีเลือดระดูออกมานั้นอยู่ที่ 3-8 วัน รวมถึงความผิดปกติของเลือดระดูที่ออกมานั้นถ้ามีเลือดออกในช่วงระหว่างรอบเดือน, หลังจากการมีเพศสัมพันธ์,

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • ซิฟิลิส ระยะที่หนึ่ง (Primary syphilis)

ซิฟิลิส ระยะที่หนึ่ง (Primary syphilis)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ซิฟิลิส (Syphilis) เป็นโรคติดเชื้อจากแบคทีเรีย โดยปกติจะติดต่อผ่านการมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อซิฟิลิส หากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษาอาจทำให้เกิดปัญหารุนแรงตามมาภายหลังได้ การดำเนินโรคในขั้นต้นโดยทั่วไปจะเริ่มจากบาดแผลบริเวณอวัยวะเพศ ปาก หรือทวารหนัก เรียกว่าแผลริมแข็ง (Chancre) การแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่นสามารถเกิดได้ผ่านทางการสัมผัสบาดแผลนี้กับผิวหนังหรือเยื่อบุต่างๆ โรคซิฟิลิสอาจเป็นปัญหาที่ตรวจพบได้ยาก เนื่องจากการดำเนินโรคหลังจากได้รับเชื้อแล้ว เชื้อแบคที