โรค หลอดเลือดในลำไส้เจริญผิดปกติ (Angiodysplasia) เกิดจากอะไร และวิธีการรักษาเบื้องต้นเป็นอย่างไร

วันที่โพสต์:
feature-image-blurfeature-image

เขียนโดย

แชร์บทความ

share-optionshare-optionshare-optionshare-option

เคยสังเกตสีอุจจาระของเราหรือเปล่า?สีแดง หรือสีคล้ำ ปกติมั้ย?

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

หลอดเลือดในลำไส้เจริญผิดปกติ คือ การที่หลอดเลือดต่างๆเจริญผิดปกติเกินไป สามารถเรียกอีกอย่างได้ว่า โรคหลอดเลือด เอ วี เอ็ม (arteriovenous malformations: AVM) ระบบทางเดินอาหาร (Gastrointestinal tract : GI tract) เป็นคำเรียกรวมทั้งหมดของอวัยวะที่ใช้ในการย่อยอาหาร หลอดเลือดที่เจริญที่ผิดปกติในระบบทางเดินอาหาร เราจะเรียกว่า หลอดเลือดในลำไส้เจริญผิดปกติ (Angiodysplasia) เมื่อใดก็ตามที่หลอดเลือดเจริญผิดปกติ สามารถทำให้เกิดความผิดปกติได้ง่าย กล่าวคือ เลือดออกได้ง่ายมากขึ้น ทำให้ผู้ป่วยมีอาการของอาเจียนเป็นเลือด หรือ ถ่ายเป็นเลือดได้

อาการของโรค

อาการของโรคหลอดเลือดในลำไส้เจริญผิดปกติขึ้นอยู่กับว่า หลอดเลือดที่ผิดปกติมีอาการแตกและเลือดออกมาในระบบทางเดินอาหารหรือไม่ ถ้าไม่มีอาการเลือดออกจากหลอดเลือดที่ผิดปกติ ผู้ป่วยมักจะไม่มีอาการและมักจะตรวจพบจากการตรวจอื่นโดยบังเอิญ

ถ้ามีการแตกและเลือดออกจากหลอดเลือดที่เจริญผิดปกติ ผู้ป่วยอาจจะสังเกตุหรือ ไม่สังเกตุเลือดที่ออกนั้นก็ได้ เนื่องจากเลือดที่ออกอาจจะออกน้อยมากจนไม่ได้สังเกตุ หรือค่อยๆเลือดออกจนไม่สังเกตุ บางครั้งการที่เลือดออกต่อเนื่องโดยไม่หยุด อาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการซีด (Anemia) ได้ ซึ่งจะมีอาการเพลีย, อ่อนแรง และหน้ามืดได้

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

การตรวจวินิจฉัยขึ้นอยู่กับตำแหน่งของเส้นเลือดที่เจริญผิดปกติ ในระบบอาหาร

  • การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน (Upper endoscopy) เป็นการตรวจที่นำกล้องเข้าไปทางปาก เพื่อดูส่วนของหลอดอาหาร, กระเพาะอาหาร, ลำไส้เล็กส่วนดูโอดีนัม
  • การส่องกล้องตรวจลำไส้ใหญ่ (Colonoscopy) เป็นการส่องกล้องเข้าไปทางทวารหนัก เพื่อเข้าไปดูลักษณะภายในลำไส้ใหญ่ทั้งหมด
  • การตรวจด้วยวิธีกล้องแคปซูล (Capsule endoscopy) เป็นการตรวจที่ใช้กล้องขนาดเล็กขนาดเท่าเม็ดยา โดยการให้ผู้ตรวจกลืนกล้องลงไปแล้วจึงนำภาพที่บันทึกมาวิเคราะห์ต่อไป
  • การตรวจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan)

แนวทางการดูแลรักษา

ในผู้ป่วยส่วนใหญ่จะต้องการการรักษาก็ต่อเมื่อมีอาการ กล่าวคือมีอาการเลือดออก หรือ มีอาการเลือดออกที่ไม่รู้ตัวแต่มีภาวะซีดจากอาการเลือดออกนั้นๆ การรักษาจะเน้นไปที่การหยุดเลือดออก โดยวิธีต่างๆดังต่อไปนี้

  • การทำหัตถการการฉีดสีทางเส้นเลือด (Angiography) เพื่อหยุดเส้นเลือดที่กำลังมีเลือดออกนั้นๆ
  • การส่องกล้องทางเดินอาหารลำไส้เล็ก (Enteroscopy) เหมือนการทำการส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนบน แต่แพทย์จะทำการใส่ท่อเข้าไปในลำไส้เล็กเพิ่มเติม
  • การผ่าตัด (Surgery) จะพิจารณาในกรณีที่ผู้ป่วยมีเลือดออกปริมาณมาก และอาการรุนแรง
  • ผู้ป่วยที่มีอาการซีด และ เลือดออกปริมาณมากอาจต้องการการทานยาเพื่อทดแทน เช่น ยาธาตุเหล็ก หรือการให้เลือดทดแทน เป็นต้น

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหาร, กุมารแพทย์ ระบบทางเดินอาหาร กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

ผู้ที่เริ่มมีอาการของเลือดออกทางเดินอาหาร เช่น อาเจียนเป็นเลือด, ถ่ายเป็นเลือด, ถ่ายสีดำเข้ม หรือ ถ่ายเป็นลักษณะสีคล้ายถ่าน หรือ มีอาการของภาวะซีด เช่น เพลีย, อ่อนแรง, หน้ามืด ควรเข้าไปพบแพทย์เพื่อประเมินอาการและหาสาเหตุเพื่อทำการแก้ไขต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://med.tu.ac.th/department/surgery/wp-content/uploads/sites/3/2018/11/Surgical-Aspect-of-LGIB.pdf

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
article-cover
  • ท้อง, ทางเดินอาหาร, การขับถ่าย
  • ลำไส้อักเสบ (Non-bacterial gastroenteritis)

ลำไส้อักเสบ (Non-bacterial gastroenteritis)

ลำไส้อักเสบ ต้องไปหาหมอเลยไหม? ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ลำไส้อักเสบ ที่การอักเสบไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไว้รัส การติดเชื้อสามารถทำให้มีอาการท้องเสีย และ อาเจียนได้ ลำไส้อักเสบสามารถเกิดได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก สาเหตุของการติดเชื้อมาจาการสัมผัสที่ติดเชื้อมาก่อนหรือพื้นผิวสิ่งของต่างๆที่มีเชื้อโรคอยู่ แล้วไม่ได้ล้างมือจนเป็นสาเหตุทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ หรือการติดเชื้ออีกทางเกิดจากการทานอาหารที่มีเชื้อโรคอยู่โดยตรง อาการของโรค การติดเชื้อในลำไส้ทำให้มีอาการท

article-cover
  • ท้อง, ทางเดินอาหาร, การขับถ่าย
  • เลือดออกจากถุงผนังลำไส้ (Bleeding Diverticulosis)

เลือดออกจากถุงผนังลำไส้ (Bleeding Diverticulosis)

ท้องอืด ท้อเสีย คลื่นไส้ เป็นไข้..เราเสี่ยงเลือดออกจากถุงผนังลำไส้มั้ย? ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ในทางเดินทางของเราบางครั้งสามารถมีความผิดโดยจะมีกระเปาะเล็กๆอยู่บริเวณผนังลำไส้ได้ เรียกว่าถุงผนังลำไส้ (Diverticula) คนที่มีถุงผนังลำไส้นี้ จะไม่มีอาการอะไรในคนส่วนใหญ่ โรคเลือดออกจากถุงผนังลำไส้สามารถเกิดได้เมื่อเส้นเลือดเล็กๆในถุงผนังลำไส้แตกออก ซึ่งจะทำให้มีเลือดออกอยู่ในทางเดินอาหาร โดยปกติจะไม่มีอาการปวดท้องร่วมด้วยแต่อย่างใด และ พบว่าเป็นสาเหตุประมาณ 50% ของการเกิดเลือดออกทางทวารหนักโดย

article-cover
  • ท้อง, ทางเดินอาหาร, การขับถ่าย
  • ลำไส้อักเสบติดเชื้อ (Bacterial gastroenteritis)

ลำไส้อักเสบติดเชื้อ (Bacterial gastroenteritis)

ท้องเสียรุนแรง ระวัง! อาจเป็นลำไส้อักเสบติดเชื้อได้ ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ลำไส้อักเสบ สามารถเกิดจากการติดเชื้อได้ ไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย ในที่นี้ลำไส้อักเสบติดเชื้อจะหมายถึงการติดเชื้อที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย ลำไส้อักเสบที่ติดเชื้อแบคทีเรียมักจะมีอาการรุนแรงกว่าการติดเชื้อไวรัส ในปกติแล้วนั้นระบบทางเดินอาหารของคนเรา จะมีเชื้อแบคทีเรียเป็นปกติอยู่แล้ว โดยที่ไม่ได้ทำอันตรายต่อร่างกาย แต่จะมีเชื้อบางสายพันธ์ุที่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายได้ เมื่อเรารับเชื้อแบคทีเรียเข้าไ

article-cover
  • ท้อง, ทางเดินอาหาร, การขับถ่าย
  • ริดสีดวงทวาร ที่มีภาวะแทรกซ้อน (Strangulated/Thrombosed Hemorrhoids)

ริดสีดวงทวาร ที่มีภาวะแทรกซ้อน (Strangulated/Thrombosed Hemorrhoids)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ริดสีดวงทวาร หมายถึง การมีกลุ่มของหลอดเลือดดำบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่และที่ขอบรูทวารหนักโป่งพองและยื่นออกมา แบ่งเป็น 2 ชนิด 1. ริดสีดวงทวารชนิดเป็นภายใน หมายถึง ริดสีดวงทวารที่เกิดเหนือทวารหนักขึ้นไปตามปกติจะไม่โผล่ออกมาให้เห็น และ คลำไม่ได้และมักจะถูกคลุมด้วยเยื่อลำไส้ใหญ่ตอนปลายสุด จะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดในขณะที่ยังไม่มีอาการแทรกซ้อน 2. ริดสีดวงทวารชนิดเป็นภายนอก หมายถึง ริดสีดวงที่เกิดขึ้นบริเวณปากรอยย่นของทวารหนัก สามารถมองเห็น และ คลำได้หลอดเลือดที่โป่งพ

article-cover
  • ท้อง, ทางเดินอาหาร, การขับถ่าย
  • ไส้เลื่อนขาหนีบที่มีภาวะแทรกซ้อน (Complicated Inguinal Hernia)

ไส้เลื่อนขาหนีบที่มีภาวะแทรกซ้อน (Complicated Inguinal Hernia)

ไส้เลื่อนขาหนีบที่มีภาวะแทรกซ้อน คุณผู้ชายควรอ่านไว้ก่อน! ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ไส้เลื่อน (Hernia) คือ ภาวะที่ลำไส้เคลื่อนตัวออกมาจากตำแหน่งเดิม และทำให้เห็นเป็นลักษณะคล้ายก้อนตุง ซึ่งเกิดจากความอ่อนแอของผนังช่องท้องที่มีมาแต่กำเนิด หรือเกิดภายหลังเช่น จากการผ่าตัด ภาวะแรงดันที่มากผิดปกติภายในช่องท้อง เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ อาทิ เบ่งจากภาวะท้องผูก การไอหรือจาม การยกของหนัก โดยภาวะไส้เลื่อนสามารถแบ่งออกเป็นประเภทตามบริเวณตำแหน่งการเกิดโรคที่พบได้บ่อยดังนี้ * ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ (Ingu