โรค ลำไส้อักเสบติดเชื้อ (Bacterial gastroenteritis) เกิดจากอะไร และวิธีการรักษาเบื้องต้นเป็นอย่างไร

วันที่โพสต์:
feature-image-blurfeature-image

เขียนโดย

แชร์บทความ

share-optionshare-optionshare-optionshare-option

ท้องเสียรุนแรง ระวัง! อาจเป็นลำไส้อักเสบติดเชื้อได้

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

ลำไส้อักเสบ สามารถเกิดจากการติดเชื้อได้ ไม่ว่าจะเป็นจากเชื้อไวรัสหรือเชื้อแบคทีเรีย ในที่นี้ลำไส้อักเสบติดเชื้อจะหมายถึงการติดเชื้อที่มาจากเชื้อแบคทีเรีย ลำไส้อักเสบที่ติดเชื้อแบคทีเรียมักจะมีอาการรุนแรงกว่าการติดเชื้อไวรัส ในปกติแล้วนั้นระบบทางเดินอาหารของคนเรา จะมีเชื้อแบคทีเรียเป็นปกติอยู่แล้ว โดยที่ไม่ได้ทำอันตรายต่อร่างกาย แต่จะมีเชื้อบางสายพันธ์ุที่สามารถทำอันตรายต่อร่างกายได้ เมื่อเรารับเชื้อแบคทีเรียเข้าไปในร่างกายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง จะสามารถทำให้ลำไส้อักเสบได้ การติดเชื้อแบคทีเรียสามารถเกิดภาวะแทรกซ้อนได้โดยการที่เชื้อแบคทีเรียเดินทางไปอวัยวะอื่นๆของร่างกายตามกระแสเลือด หรือที่เรียกว่าการติดเชื้อในกระแสเลือด

อาการของโรค

การติดเชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหารสามารถมีอาการรุนแรงได้มากกว่า การอักเสบจากสาเหตุอื่นๆ โดยที่อาการของแต่ละโรคจะมีอาการแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับเชื้อแบคทีเรียนั้นๆ แต่โดยทั่วไปแล้วจะมีอาการร่วมกัน ดังนี้

  • ท้องเสีย อาจเป็นน้ำเหลว หรือมีเลือดปนก็ได้ และ อาการท้องเสียสามารถเป็นได้ตั้งแต่ อาการน้อยจนถึงอาการมาก
  • ปวดท้องบิดๆ
  • อาเจียน (ผู้ป่วยเด็กมักมีอาการอาเจียนเด่นมากกว่า)

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

โดยทั่วไป โรคลำไส้อักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย สามารถวินิจฉัยได้จากการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยที่ไม่ต้องตรวจเพิ่มเติมทางห้องปฏิบัติการ แต่ในบางครั้ง ถ้าผู้ป่วยมีอาการรุนแรง แพทย์อาจจะพิจารณาตรวจเลือดเพื่อหาสาเหตุที่อันตราย หรือ ตรวจเพื่อดูว่ามีค่าเกลือแร่ผิดปกติหรือไม่ จากการที่เสียน้ำในร่างกายหรือ เสียเกลือแร่ไปพร้อมกับการอาเจียนหรือถ่ายท้อง

แนวทางการดูแลรักษา

  • การประคับประคองตามอาการ เป็นการรักษาส่วนใหณ่ ได้แก่ การดื่มน้ำทดแทนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารทดแทนพลังงานที่เสียไป โดยอาหารที่แนะนำคืออาหารอ่อน, อาหารที่ย่อยง่าย, หรืออาหารที่มีไขมันน้อย
  • ยารักษาที่สามารถหาได้เองตามร้านขายยา อันได้แก่เกลือแร่ชนิดชงเอง, ยาแก้คลื่นไส้/อาเจียน, ยาแก้ปวดท้อง ซึ่งสามารถหาได้และเข้าถึงง่าย
  • ยาปฏิชีวนะ/ยาฆ่าเชื้อ เนื่องจากโรคนี้มีสาเหตุจากการติดเชื้อแบคทีเรีย การรับประทานยาฆ่าเชื้อจึงสามารถช่วยทำให้อาการดีขึ้นได้ แต่ทั้งนี้การเลือกใช้ยาฆ่าเชื้อยังขึ้นอยู่กับแพทย์พิจารณาอีกครั้ง ในผู้ที่ไม่ได้มีอาการรุนแรงอาจจะไม่มีความจำเป็นต้องรับประทานยาฆ่าเชื้อเช่นกัน
  • ควรรับประทานอาหาร หรือ ดื่มน้ำ ถึงแม้ว่าจะยังมีอาการถ่ายท้อง หรือ อาเจียนก็ตาม ในทางกลับกัน การที่ไม่รับประทานอาจจะทำให้อาการของโรครุนแรงขึ้น เนื่องจากร่างกายขาดน้ำและสารอาหารที่จำเป็น จึงแนะนำรับประทานให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยมีวิธีแก้ไขโดยการรับประทานบ่อยๆแต่ทีละน้อยๆแทน

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหาร, กุมารแพทย์ ระบบทางเดินอาหาร กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

ผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงดังต่อไปนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ทันที และไม่ควรซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจทำให้อาการแย่ลงได้

  • มีสัญญาณของภาวะขาดน้ำ เช่น
  • ปากแห้ง กระหายน้ำอย่างมาก ปัสสาวะน้อยหรือไม่ปัสสาวะเลย ปัสสาวะมีสีเข้ม หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตต่ำ อ่อนเพลีย วิงเวียนศีรษะ และหน้ามืด เป็นต้น
  • เด็กและทารกที่มีภาวะขาดน้ำ นอกจากอาการผิดปกติข้างต้นแล้ว อาจมีอาการอื่น ๆ ร่วมด้วย เช่น ตาโบ๋ ขม่อมยุบ มีน้ำตาไหลออกมาน้อยหรือไม่มีน้ำตาขณะร้องไห้ เป็นต้น
  • ท้องเสียติดต่อกัน โดยอาการไม่ดีขึ้นเลย หรือเป็นเวลานานหลายวัน ร่วมกับทานไม่ได้เลย
  • อาเจียนถี่หรืออาเจียนอย่างต่อเนื่องนานกว่า 12 ชั่วโมง
  • มีเลือดปนในอาเจียนหรืออุจจาระ
  • ตามัวหรือมองเห็นไม่ชัด
  • ปวดท้องอย่างรุนแรงและมากขึ้นเรื่่อยๆ โดยอาการปวดไม่ลดลงหลังจากอุจจาระไปแล้ว
  • ท้องเสียร่วมกับมีไข้สูงเกิน 38 องศาเซลเซียส นอกจากนี้ บุคคลที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงควรรีบไปพบแพทย์ทันทีหากพบว่ามีอาการบ่งชี้ของภาวะลำไส้อักเสบ ได้แก่ ผู้หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ เด็กอายุน้อยกว่า 5 ปี ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันร่างกายอ่อนแออย่าง ผู้ป่วยโรคมะเร็ง หรือ ติดเชื้อเอชไอวี รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง โรคลิ้นหัวใจ โรคเบาหวาน โรคไต เป็นต้น

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://si.mahidol.ac.th/department/Medicine/home/sirirajupdate/ราช/15FEB2019/10.40-11.00/Julajak-ท้องเสียเฉียบพลัน%20Int%20Med%20update%202019.pdf

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
article-cover
  • ท้อง, ทางเดินอาหาร, การขับถ่าย
  • ลำไส้อักเสบ (Non-bacterial gastroenteritis)

ลำไส้อักเสบ (Non-bacterial gastroenteritis)

ลำไส้อักเสบ ต้องไปหาหมอเลยไหม? ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ลำไส้อักเสบ ที่การอักเสบไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไว้รัส การติดเชื้อสามารถทำให้มีอาการท้องเสีย และ อาเจียนได้ ลำไส้อักเสบสามารถเกิดได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก สาเหตุของการติดเชื้อมาจาการสัมผัสที่ติดเชื้อมาก่อนหรือพื้นผิวสิ่งของต่างๆที่มีเชื้อโรคอยู่ แล้วไม่ได้ล้างมือจนเป็นสาเหตุทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ หรือการติดเชื้ออีกทางเกิดจากการทานอาหารที่มีเชื้อโรคอยู่โดยตรง อาการของโรค การติดเชื้อในลำไส้ทำให้มีอาการท

article-cover
  • ท้อง, ทางเดินอาหาร, การขับถ่าย
  • ริดสีดวงทวาร ที่มีภาวะแทรกซ้อน (Strangulated/Thrombosed Hemorrhoids)

ริดสีดวงทวาร ที่มีภาวะแทรกซ้อน (Strangulated/Thrombosed Hemorrhoids)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ริดสีดวงทวาร หมายถึง การมีกลุ่มของหลอดเลือดดำบริเวณปลายสุดของลำไส้ใหญ่และที่ขอบรูทวารหนักโป่งพองและยื่นออกมา แบ่งเป็น 2 ชนิด 1. ริดสีดวงทวารชนิดเป็นภายใน หมายถึง ริดสีดวงทวารที่เกิดเหนือทวารหนักขึ้นไปตามปกติจะไม่โผล่ออกมาให้เห็น และ คลำไม่ได้และมักจะถูกคลุมด้วยเยื่อลำไส้ใหญ่ตอนปลายสุด จะไม่ก่อให้เกิดความเจ็บปวดในขณะที่ยังไม่มีอาการแทรกซ้อน 2. ริดสีดวงทวารชนิดเป็นภายนอก หมายถึง ริดสีดวงที่เกิดขึ้นบริเวณปากรอยย่นของทวารหนัก สามารถมองเห็น และ คลำได้หลอดเลือดที่โป่งพ

article-cover
  • ท้อง, ทางเดินอาหาร, การขับถ่าย
  • ไส้เลื่อนขาหนีบที่มีภาวะแทรกซ้อน (Complicated Inguinal Hernia)

ไส้เลื่อนขาหนีบที่มีภาวะแทรกซ้อน (Complicated Inguinal Hernia)

ไส้เลื่อนขาหนีบที่มีภาวะแทรกซ้อน คุณผู้ชายควรอ่านไว้ก่อน! ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ไส้เลื่อน (Hernia) คือ ภาวะที่ลำไส้เคลื่อนตัวออกมาจากตำแหน่งเดิม และทำให้เห็นเป็นลักษณะคล้ายก้อนตุง ซึ่งเกิดจากความอ่อนแอของผนังช่องท้องที่มีมาแต่กำเนิด หรือเกิดภายหลังเช่น จากการผ่าตัด ภาวะแรงดันที่มากผิดปกติภายในช่องท้อง เนื่องจากสาเหตุต่าง ๆ อาทิ เบ่งจากภาวะท้องผูก การไอหรือจาม การยกของหนัก โดยภาวะไส้เลื่อนสามารถแบ่งออกเป็นประเภทตามบริเวณตำแหน่งการเกิดโรคที่พบได้บ่อยดังนี้ * ไส้เลื่อนบริเวณขาหนีบ (Ingu

article-cover
  • ท้อง, ทางเดินอาหาร, การขับถ่าย
  • เลือดออกจากถุงผนังลำไส้ (Bleeding Diverticulosis)

เลือดออกจากถุงผนังลำไส้ (Bleeding Diverticulosis)

ท้องอืด ท้อเสีย คลื่นไส้ เป็นไข้..เราเสี่ยงเลือดออกจากถุงผนังลำไส้มั้ย? ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ในทางเดินทางของเราบางครั้งสามารถมีความผิดโดยจะมีกระเปาะเล็กๆอยู่บริเวณผนังลำไส้ได้ เรียกว่าถุงผนังลำไส้ (Diverticula) คนที่มีถุงผนังลำไส้นี้ จะไม่มีอาการอะไรในคนส่วนใหญ่ โรคเลือดออกจากถุงผนังลำไส้สามารถเกิดได้เมื่อเส้นเลือดเล็กๆในถุงผนังลำไส้แตกออก ซึ่งจะทำให้มีเลือดออกอยู่ในทางเดินอาหาร โดยปกติจะไม่มีอาการปวดท้องร่วมด้วยแต่อย่างใด และ พบว่าเป็นสาเหตุประมาณ 50% ของการเกิดเลือดออกทางทวารหนักโดย

article-cover
  • ท้อง, ทางเดินอาหาร, การขับถ่าย
  • ลำไส้อุดตัน (Gut Obstruction)

ลำไส้อุดตัน (Gut Obstruction)

ลำไส้อุดตัน ใครว่าไม่อันตราย ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ลำไส้อุดตัน (Gut Obstruction) เป็นคำเรียกรวมของภาวะที่มีการอุดตันของลำไส้ ไม่ว่าจะเป็นส่วนของลำไส้ใหญ่หรือลำไส้เล็ก เกิดได้จากภาวะที่มีสิ่งอุดตันหรือมีการรบกวนการบีบตัวของลำไส้ ทำให้อาหารหรือของเหลวต่าง ๆ เคลื่อนผ่านไม่ได้ตามปกติ ทำให้เกิดอาการต่างๆขึ้นมา อาการที่เกิดขึ้นมักบอกถึงตำแหน่งการอุดตันของลำไส้ โดยลำไส้อาจเกิดการอุดตันเพียงบางส่วน หรือ อุดตันได้ทั้งหมด เมื่อลำไส้เกิดการอุดตันเส้นเลือดที่ไปหล่อเลี้ยงลำไส้ส่วนนั้น มักจะโดนยับยั