โรค ผื่นผิวหนังอักเสบจากการแพ้ (Allergic dermatitis) เกิดจากอะไร และวิธีการรักษาเบื้องต้นเป็นอย่างไร

วันที่โพสต์:
feature-image-blurfeature-image

เขียนโดย

แชร์บทความ

share-optionshare-optionshare-optionshare-option

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

ผื่นผิวหนังอักเสบจากการแพ้ เป็นสาเหตุการเกิดผื่นที่พบได้บบ่อยที่สุด มีสาเหตุการเกิดหลัก 3 ประเภท ได้แก่

  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) พบในผู้ป่วยที่มีประวัติกรรมพันธุ์เป็นโรคในกลุ่มภูมิแพ้ เช่น แพ้อากาศ คันตา หอบหืด เป็นต้น
  • ผื่นแพ้สัมผัส (Allergic contact dermatitis) เป็นปฏิกิริยาภูมิแพ้ที่เกิดจากการสัมผัสสารที่ทำให้แพ้ การเกิดผื่นนี้มักจะเกิดหลังจากการสัมผัสครั้งแรก 6-10 วัน ผิวหนังที่เคยถูกกระตุ้นแล้วอาจจะเกิดผื่นภายใน 4-12 ชั่วโมง สารที่ทำให้เกิดอาการแพ้แบบนี้ได้บ่อยได้แก่ ยาง ผงปูน น้ำยาย้อมผม หรือเครื่องสำอางต่างๆ
  • ผื่นระคายสัมผัส (Irritant contact dermatitis) เกิดขึ้นกับคนที่สัมผัสสารมีฤทธิ์ก่อระคายในปริมาณและระยะเวลาที่มากพอ สาเหตุที่พบได้บ่อยของผื่นแพ้สัมผัส ได้แก่ กรด ด่าง สารละลายอะซีโตน ผงซักฟอก โลหะ (เช่น นิกเกิล ซึ่งพบได้บ่อยในผู้ที่แพ้เครื่องประดับ) ยาง และเครื่องสำอาง

อาการของโรค

  • ผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะมีผิวแห้ง มีผื่นแดงคัน หรือมีตุ่มแดงนูน ตุ่มน้ำใส ซึ่งเมื่อแตกออกเป็นน้ำเหลืองไหลเยิ้มแล้วกลายเป็นสะเก็ดแข็ง ตำแหน่งที่พบผื่นแตกต่างกันได้ตามวัยของผู้ป่วย - ในเด็กเล็กผื่นจะพบมากบริเวณใบหน้า ศีรษะ - ในเด็กวัยเรียน และผู้ใหญ่ ผื่นจะพบมากในบริเวณข้อพับแขน ข้อพับขา คอ ใบหน้า และผิวหนังตำแหน่งที่มีการเสียดสี
  • ผื่นแพ้สัมผัส (Allergic contact dermatitis) จะมีลักษณะ ผื่นแดง บวม และมีขุย โดยผื่นจะเกิดบริเวณที่สัมผัสกับสารที่แพ้ เช่น ฝ่ามือ หรือใบหน้า
  • ผื่นระคายสัมผัส (Irritant contact dermatitis) จะพบเป็นผื่นอักเสบที่มีขอบเขตชัดเจนในบริเวณที่มีการสัมผัส ซึ่งจะมีอาการบวม แดง คันหรือแสบร่วมด้วย

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

โดยส่วนใหญ่โรคผื่นผิวหนังอักเสบจากการแพ้ แพทย์จะสามารถวินิจฉัยได้จากประวัติ และการตรวจร่างกาย ดูลักษณะผื่นของผู้ป่วย และให้การรักษาได้เลย แต่หากอาการเป็นเรื้อรัง ไม่ตอบสนองต่อการรักษา หรืออยากทราบสารที่แพ้ จะมีการตรวจเพิ่มเติมหลักๆ 2 อย่าง คือ

  1. ทดสอบการแพ้ทางผิวหนัง แพทย์อาจใช้สารก่ออาการแพ้กระตุ้นบริเวณท้องแขนหรือแผ่นหลังก่อน หรืออาจใช้วิธีอื่น ๆ เพื่อทดสอบอาการแพ้ทางผิวหนังตามดุลยพินิจของแพทย์
  2. ตัดชิ้นเนื้อตรวจ โดยนำตัวอย่างเนื้อเยื่อหรือเซลล์ในร่างกายไปส่องกล้องจุลทรรศน์ตรวจหาโรค

แนวทางการดูแลรักษา

สำหรับผื่นภูมิแพ้ผิวหนัง (Atopic dermatitis) มีแนวทางการรักษา คือ

  • หลีกเลี่ยงสิ่งต่าง ๆ ที่ทำให้โรคกำเริบมากขึ้น เช่น ไม่อยู่ในห้องปรับอากาศที่เย็นจัด ไม่อาบน้ำที่มีอุณหภูมิเย็นหรือร้อนจัด และควรหลีกเลี่ยงภาวะที่ทำให้เหงื่อออกมาก
  • ควรรับประทานยาต้านฮิสตามีน ติดต่อกัน 5-7 วัน เพื่อลดอาการคัน เพราะอาการคันทำให้ผู้ป่วยต้องแกะเกาผิวหนัง ผื่นผิวหนังที่อักเสบจะกำเริบขึ้นได้ ยากลุ่มนี้ ได้แก่ คลอเฟนนิลามีน เซททิริซีน สามารถซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ข้อที่ควรระวังคือ ยานี้มีผลข้างเคียงคือ อาการง่วงนอน
  • ยาทากลุ่มสเตรียรอยด์ มีฤทธิ์ลดการอักเสบของผื่นผิวหนัง ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะโรคกลุ่มนี้ต้องใช้ยานาน อาจมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้ ถ้าใช้ยาไม่ถูกต้อง สำหรับผื่นแพ้สัมผัส และผื่นระคายสัมผัส (Contact dermatitis) มีแนวทางการรักษา คือ
  • ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำเกลือ ในระยะที่มีผื่นอักเสบเป็นน้ำเหลือง แล้วใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำเกลือประคบบริเวณที่เป็นครั้งละประมาณ 10 นาที วันละ 2 ครั้ง จนกว่าน้ำเหลืองหรือหนองแห้ง อย่าบีบ อย่าแกะแผล เนื่องจากหากปากแผลเปิด อาจจะทำให้ติดเชื้อได้
  • รับประทานยาแก้แพ้ หรือยาต้านฮีสตามีน เพื่อช่วยลดอาการคัน เพื่อป้องกันการแกะเกาบริเวณแผลหรือผื่น ยาแก้แพ้ ได้แก่ คลอเฟนนิลามีน เซททิริซีน สามารถซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป ข้อที่ควรระวังคือ ยานี้มีผลข้างเคียงคือ อาการง่วงนอน
  • ยาทากลุ่มสเตรียรอยด์ มีฤทธิ์ลดการอักเสบของผื่นผิวหนัง ควรใช้ภายใต้การดูแลของแพทย์ เพราะโรคกลุ่มนี้ต้องใช้ยานาน อาจมีอาการข้างเคียงเกิดขึ้นได้ ถ้าใช้ยาไม่ถูกต้อง

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

อายุรแพทย์ผิวหนัง, กุมารแพทย์ ภูมิแพ้และระบบภูมิคุ้มกัน กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

  • กรณีที่มีตุ่มหนองเกิดแทรกซ้อนบนตุ่มหรือผื่นแดง แสดงว่ามีการติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน ควรปรึกษาแพทย์เพราะผู้ป่วยจำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะ เพื่อฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.si.mahidol.ac.th/siriraj_online/thai_version/Health_detail.asp?id=22 https://dermnetnz.org/topics/allergic-contact-dermatitis/

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
article-cover
  • ผิวหนัง
  • ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (Chronic eczema)

ผิวหนังอักเสบเรื้อรัง (Chronic eczema)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค โรคผิวหนังอักเสบผื่นแพ้ (Eczema) เป็นโรคผิวหนังที่พบได้บ่อยและพบได้ทุกเพศทุกวัย เกิดจากปฏิกิริยาการอักเสบที่ผิวหนังชั้นนอก เนื่องมาจากมีการสัมผัสกับสารที่ระคายเคืองหรือสารก่อภูมิแพ้ ทำให้มีผื่นแดงคันขึ้น และหากยังมีการสัมผัสสารกระตุ้นนั้นอยู่ หรือมีการแกะเกาบริเวณผื่นอยู่เรื่อยๆ จะทำให้บริเวณนั้นกลายเป็นผิวหนังอักเสบเรื้อรังได้ อาการของโรค ในระยะแรกที่ผื่นพึ่งขึ้นใหม่ๆ ผิวหนังจะมีลักษณะของการอักเสบ คือ จะมีผื่นแดง คัน ผิวบริเวณผื่นจะบวม และมีตุ่มน้ำใสเล็กๆเกิดขึ้