โรค ทอนซิลอักเสบ ติดเชื้อ (Bacterial pharyngotonsillitis) เกิดจากอะไร และวิธีการรักษาเบื้องต้นเป็นอย่างไร


เขียนโดย
อาการทอนซิลอักเสบ จนคอบวม รุนแรงไหม เกิดจากอะไรได้บ้าง
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
โรคคอหรือทอนซิลอักเสบส่วนใหญ่กว่า 90% เกิดจากการติดเชื้อไวรัส ขณะที่ส่วนน้อยเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย โดยเฉพาะจากแบคทีเรียสเตรปโทค็อคคัส (Streptococcus) มักพบเชื้อก่อโรคแบคทีเรีย ในผู้ป่วยที่มีอายุน้อย
อาการของโรค
อาการหลักคืออาการเจ็บคอ กลืนลำบาก อาการร่วมขึ้นกับสาเหตุการเกิดคออักเสบว่าเกิดจากการติดเชื้อชนิดใด ลักษณะอาการที่การเจ็บคอที่น่าจะเกิดขึ้นจากเชื้อแบคทีเรีย ได้แก่
- มีไข้สูง หนาวสั่นฟันกระทบ
- ต่อมน้ำเหลืองบริเวณลำคอบวม หรือกดแล้วรู้สึกเจ็บ
- ไม่มีอาการไอ จาม ตาแดง น้ำมูกไหล
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
อาศัยการซักประวัติ ร่วมกับการตรวจร่างกายเป็นหลัก
แนวทางการดูแลรักษา
เนื่องจากผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรีย จำเป็นต้องได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อฆ่าเชื้อ รักษาอาการ และป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ยาเพนนิซิลิน (Penicillin) หรือ อะมอกซีซิลิน (Amoxicillin) ซึ่งผู้ป่วยต้องรับประทานยาให้ถูกต้องและครบตามปริมาณที่แพทย์กำหนด ซึ่งเป็นเวลาประมาณ 10 วัน โดยต้องไม่หยุดใช้ยาแม้จะมีอาการดีขึ้นแล้วก็ตาม เพื่อป้องกันปัญหาการดื้อยา นอกจากนี้ควรพักผ่อนให้เพียงพอ ดื่มน้ำมากๆ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และยารักษาตามอาการ เช่น ยาลดไข้ (พาราเซตามอล) ยาแก้ไอ เป็นต้น
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
หู คอ จมูก, กุมารแพทย์ กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี
ข้อควรระวัง
ภาวะคออักเสบที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย อาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนอื่นตามมาได้หากไม่ได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม เช่น
- หน่วยไตอักเสบเฉียบพลัน (Acute Glomerulonephritis) ซึ่งจะมีอาการปัสสาวะเป็นเลือดสดหรือน้ำล้างเนื้อ และอาจมีขาบวมสองข้าง
- ไข้รูมาติก (Acute Rheumatic Fever) ซึ่งอาจมีอาการปวดข้อ เหนื่อยหอบ ไข้ขึ้น หรือมีผื่นตามตัว
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.si.mahidol.ac.th/sidoctor/e-pl/articledetail.asp?id=794






