โรค ถุงลมโป่งพอง (Emphysema) เกิดจากอะไร และวิธีการรักษาเบื้องต้นเป็นอย่างไร


เขียนโดย
เหนื่อยง่าย.. สังเกตดีดี อาการนี้อาจเป็นถุงลมโป่งพอง
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
เป็นโรคที่อยู่ในกลุ่มของโรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease: COPD) เกิดจากการ อักเสบและแตก ที่บริเวณถุงลมปอด ทำให้เนื้อปอดมีถุงลมเล็กๆ มากมายคล้ายพวงองุ่น จนกลายเป็นถุงลมขนาดใหญ่ จึงทำให้มีพื้นผิวในการแลกเปลี่ยนออกซิเจนในปอดลดลงหรือมีอากาศค้างในปอดมากกว่าปกติ ซึ่งหากเกิดความผิดปกติมากขึ้นก็จะทำให้ผู้ป่วยถุงลมโป่งพองมีอาการหายใจตื้น สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดถุงลมโป่งพอง คือการสูบบุหรี่ จากการศึกษาพบว่าผู้ที่สูบบุหรี่มีโอกาสเป็นถุงลมโป่งพองมากกว่าคนที่ไม่ได้สูบบุหรี่มากถึง 6 เท่า สาเหตุอื่นๆเช่น การสัมผัสมลพิษในอากาศ ควันพิษจากสาเคมีในโรงงาน
อาการของโรค
อาการจะเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป ทำให้ผู้ป่วยไม่สังเกตเห็นอาการใด ๆ โดยมีอาการหลักคือ เหนื่อยง่ายกว่าปกติซึ่งมักเห็นได้ชัดเวลาออกกำลัง มีอาการหายใจตื้นและไอ และหากมีอาการที่รุนแรงขึ้น จะทำให้ผู้ป่วยมีอาการหายใจตื้นแม้ไม่ได้ทำกิจกรรมใด ๆ อาการอื่น ๆ ของโรคถุงลมโป่งพอง ได้แก่ หายใจลำบาก หอบเหนื่อย หายใจมีเสียงวี๊ด
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
- การเอกซเรย์หรือการตรวจ (CT Scan)
- การตรวจเลือดเพื่อดูปริมาณออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในเลือด
- ตรวจด้วยเครื่องวัดออกซิเจนในเลือด (Pulse Oximetry)
- ตรวจสอบการทำงานหรือสมรรถภาพของปอด โดยการให้เป่าเครื่องสไปโรมิเตอร์ (Spirometer) เพื่อวัดปริมาตรอากาศที่เข้าและออกจากปอด
- การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) เป็นการตรวจการทำงานของหัวใจและตรวจหาโรคหัวใจ เพื่อให้แน่ใจว่าอาการที่เกิดขึ้นไม่ได้เกิดจากโรคหัวใจ
แนวทางการดูแลรักษา
การรักษาโรคถุงลมโป่งพองก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การใช้ยารักษา กับการไม่ใช้ยา
- การใช้ยารักษา ยาหลัก คือ ยาขยายหลอดลมเพื่อบรรเทาอาการคนไข้ ซึ่งเราจะใช้ในรูปของยาพ่นสูดเราจะไม่ใช้ในรูปของยารับประทานเนื่องจากมีผลข้างเคียงมากกว่า
- การรักษาโดยไม่ใช้ยา ได้แก่ การงดบุหรี่ หลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ การออกกำลังกายฟื้นฟูสมรรถภาพปอด ถ้าผู้ป่วยมีออกซิเจนต่ำในร่างกายก็อาจจำเป็นต้องให้ออกซิเจนระยะยาว การฉีดวัคซีน เป็นสิ่งสำคัญมากสำหรับผู้ป่วยโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังที่ควรจะได้รับวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่หรือปอดอักเสบทุกปี และการได้รับวัคซีนจะช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดการติดเชื้อในปอดที่รุนแรงได้ การป้องกันโรค สามารถทำได้ง่าย ๆ เนื่องจากโรคถุงลมโป่งพองเกิดจากสารพิษที่เราสูดเข้าไป จึงต้องงดและหลีกเลี่ยงสิ่งต่างๆเช่น เลิกบุหรี่ หรือถ้าเรามีอาชีพที่จะต้องสัมผัสหรือสูดฝุ่นควันก็พยายามหลีกเลี่ยง หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ควรจะต้องใส่หน้ากาก และหน้ากากนั้นต้องได้มาตรฐาน
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
อายุรแพทย์ระบบหายใจ, กุมารแพทย์ โรคปอด กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี
ข้อควรระวัง
โรคถุงลมโป่งพองสามารถมีภาวะแทรกซ้อนได้หลากหลายดังต่อไปนี้
- ถุงลมอุดกั้นเรื้อรัง (Chronic Obstructive Pulmonary Disease: COPD)
- ภาวะที่โพรงเยื่อหุ้มปอดมีอากาศ (Pneumothorax)
- การติดเชื้อที่ปอด (Pneumonia)
- ถุงลมที่พองตัวผิดปกติ (Giant Bullae)
- ปัญหาเกี่ยวกับหัวใจ ถุงลมโป่งพองสามารถเพิ่มความดันโลหิตของหลอดเลือดที่ไหลกลับเข้าสู่หัวใจ ซึ่งสามารถทำให้เกิดภาวะหัวใจห้องขวาล้มเหลว ผู้ป่วยที่มีภาวะแทรกซ้อนมักมีจะมีอาการของโรคนั้นๆร่วมด้วยและมักจะมีอาการรุนแรงมากกว่าปกติ เช่น อาการหอบเหนื่อยมากกว่าปกติ แน่นในหน้าอก หายใจเร็ว มีไข้สูง เสมหะเปลี่ยนสีจากเดิมเช่น ลักษณะเดิมเป็นสีขาวใสกลายเป็นมีเลือดปน หรือสีเขียวข้น หรือมีเสมหะปริมาณมากขึ้น ดังนั้นผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากขึ้นเฉียบพลัน หรือมีอาการรุนแรงมากขึ้น จึงควรไปพบแพทย์โดยทันที





