โรค ต่อมน้ำเหลืองที่คอติดเชื้อ (Cervical Lymphadenitis) เกิดจากอะไร และวิธีการรักษาเบื้องต้นเป็นอย่างไร


เขียนโดย
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
ต่อมน้ำเหลืองซึ่งเป็นต่อมที่มีอยู่ทั่วร่างกาย ภายในประกอบด้วยเซลล์เม็ดเลือดขาวมีหน้าที่สำคัญในการช่วยต่อสู้กับสิ่งแปลกปลอม เชื้อโรค เชื้อไวรัส และแบคทีเรียต่าง ๆ ต่อมน้ำเหลืองโตเป็นอาการบ่งบอกถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่มีสาเหตุมาจากการติดเชื้อ ส่วนน้อยเกิดจากภาวะอื่นๆ เช่น มะเร็ง ในกรณีที่ต่อมน้ำเหลืองที่คอโต อาจเกิดจากการติดเชื้อทางเดินหายใจส่วนบน การติดเชื้อที่หู มีการติดเชื้อในช่องปาก ฟันผุ หรือการติดเชื้อที่ผิวหนังบริเวณศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองที่โตขึ้นนั้นอาจหายดีหรือกลับไปเป็นปกติเมื่อการติดเชื้อไวรัสหรือแบคทีเรียนั้นดีขึ้นแล้ว
อาการของโรค
- ต่อมน้ำเหลืองบวมโตขึ้น
- รู้สึกปวด หรือกดเจ็บ
- ผิวหนังบริเวณดังกล่าวแดง สัมผัสแล้วรู้สึกอุ่น
- อาการที่บ่งชี้ถึงการติดเชื้อบริเวณศีรษะ เช่น เจ็บคอ น้ำมูกไหล เป็นไข้ ปวดหู ฟันผุ
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
ส่วนใหญ่ สามารถให้การวินิจฉัย และการรักษาได้ ด้วยการซักประวัติและตรวจร่างกาย โดยจะซักประวัติรายละเอียดการโตของต่อมน้ำเหลืองและอาการอื่นๆ ที่พบร่วม ตรวจร่างกาย คลำต่อมน้ำเหลือง ตรวจช่องปาก จมูก หู อย่างไรก็ตาม ในผู้ป่วยบางราย หากไม่ได้ข้อสรุป หรือแพทย์สงสัยว่าต่อมน้ำเหลืองโตจากสาเหตุอื่นๆที่ไม่ใช่การติดเชื้อ อาจต้องเจาะเลือด ตรวจชิ้นเนื้อต่อมน้ำเหลือง หรือส่งตรวจเอกซเรย์ หรือ เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ร่วมด้วย
แนวทางการดูแลรักษา
วิธีการรักษาภาวะต่อมน้ำเหลืองโตในผู้ป่วยแต่ละรายอาจมีความแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับสาเหตุที่แพทย์ตรวจพบ เช่น หากเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียจะรักษาโดยใช้ยาปฏิชีวนะ แต่หากเกิดจากเชื้อไวรัสก็มักจะปล่อยให้หายไปได้เอง เป็นต้น หากรู้สึกเจ็บหรือกดแล้วเจ็บก็อาจรับประทานยาบรรเทาอาการปวด เช่น ไอบูโพรเฟน หรือพาราเซตามอล พักผ่อนให้เพียงพอ
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
หู คอ จมูก, กุมารแพทย์ กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี
ข้อควรระวัง
หากมีอาการต่อไปนี้ ต้องระวังว่าต่อมน้ำเหลืองที่โตอาจมาจากสาเหตุที่ไม่ใช่การติดเชื้อทั่วไป เช่น อาจเป็นเชื้อวัณโรค หรือเกิดจากสาเหตุอื่นๆ เช่น มะเร็ง
- ต่อมน้ำเหลืองบวมโตขึ้นโดยไม่มีอาการอื่นร่วมด้วย
- มีอาการบวมโตขึ้นเรื่อย ๆ หรือเป็นมานานกว่า 2-4 สัปดาห์
- เกิดขึ้นพร้อมกับมีไข้เรื้อรัง เหงื่อออกตอนกลางคืน หรือน้ำหนักลดลงโดยไม่ทราบสาเหตุ
- มีอาการกลืนหรือหายใจลำบาก
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://www.rama.mahidol.ac.th/ramachannel/article/lymphoma_cancer/ http://med.swu.ac.th/msmc/opd_ent/index.php/news-menu/226-2018-06-07-02-55-22






