โรค กระเพาะอาหารอักเสบ (Dyspepsia) เกิดจากอะไร และวิธีการรักษาเบื้องต้นเป็นอย่างไร


เขียนโดย
ปวดท้องตรงกลาง...เสี่ยงกระเพาะอาหารอักเสบติดเชื้อ?
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
กระเพาะอาหารอักเสบหรือโรคกระเพาะ เกิดจากการอักเสบ หรือ เกิดการระคายเคือง บริเวณเยื่อบุภายในกระเพาะอาหาร สามารถเกิดขึ้นได้แบบเฉียบพลันในระยะเวลารวดเร็ว และ หายภายใน 1-2 สัปดาห์ หรือ มีอาการบ่อยครั้งเป็นระยะเวลานานจนเกิดการอักเสบเรื้อรัง ทำให้เกิดแผล และ เพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคมะเร็งกระเพาะอาหารได้ โรคกระเพาะอาหารอักเสบยังไม่พบสาเหตุการเกิดโรคที่ชัดเจน แต่สันนิษฐานว่าอาจเกิดได้จาก 2 สาเหตุที่พบได้บ่อย ได้แก่ การติดเชื้อแบคทีเรีย เฮลิโคแบคเตอร์ ไพโลไร หรือเรียกสั้น ๆ ว่า เอช ไพโลไร (Helicobacter pylorior หรือ H. pylori) เป็นเชื้อที่ปนเปื้อนอยู่ในอาหารและน้ำดื่ม ส่วนอีกสาเหตุ คือ การรับประทานในกลุ่มยาต้านการอักเสบ หรือ ยาแก้ปวด (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs) อย่างไรก็ตามยังพบโรคกระเพาะอาหารอักเสบได้จากสาเหตุอื่นเช่นกัน เช่น การทานอาหารไม่ตรงเวลา การทานอาหารรสจัด/ของหมักของดอง การสูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอล์และเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน หรือ ระบบภูมิคุ้มกันตนเองบกพร่องจากโรคบางชนิด เช่นโรคโครห์น (Crohn's disease) โรคซาคอยโดซิส (Sarcoidosis) หรือภาวะการอักเสบเรื้อรังทางกระเพาะอาหารอื่น ๆ
อาการของโรค
อาการส่วนใหญ่ของกระเพาะอาหารอักเสบมาจาก การที่กรดในกระเพาะอาหารกัดกระเพาะ อาการที่พบบ่อยของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ คือ
- ปวดแน่นท้องบริเวณลิ้นปี่
- รู้สึกไม่สบายท้อง
- ท้องอืด แน่นท้อง มีลมตีขึ้น หายใจไม่อิ่ม
- รู้สึกแน่น หรือ อิ่มเร็วขึ้นเวลาทานอาหาร ผู้ป่วยบางคนสามารถมีอาการ คลื่นไส้อาเจียน, เบื่ออาหาร, และน้ำหนักลด ได้
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
ในผู้ป่วยส่วนน้อย แพทย์อาจจะประเมินว่ามีความเสียงที่อาจจะมีสาเหตุของโรคกระเพาะอาหารอักเสบที่อันตราย จึงจะทำการตรวจเพิ่มเติม เช่น
- การส่องกล้องทางเดินอาหารส่วนต้น (Upper endoscopy)
- การตรวจหาเชื้อ เอช ไพโลไร ซึ่งอาจตรวจโดยการตรวจเลือด การตรวจโดยการหายใจ (Breath tests)
- การกลืนสารทึบรังสีแบเรียม (Barium swallow) แล้วจึงทำการเอกซเรย์เพื่อดูลักษณะของทางเดินอาหาร
แนวทางการดูแลรักษา
การกำจัดสาเหตุ ที่อาจจะเป็นไปได้ของโรคกระเพาะอาหารอักเสบ การรักษาที่สำคัญที่สุด เช่น งดรับประทานยาแก้ปวด (Non-Steroidal Anti-Inflammatory Drugs: NSAIDs), งดดืมแอกอฮอล์, งดสูบบุหรี่ และ รับประทานอาหารให้ตรงเวลา การรักษาโดยการใช้ยา จะเน้นไปทีการให้ยาลดกรดในกระเพาะอาหาร ซึ่งสามารถทำได้โดยหลายกลไก และ ยาหลายชนิด ยาที่แนะนำ เช่น
- ยาลดกรด (Antacids)
- ยาเคลือบกระเพาะ (Surface agents)
- ยายับยั้งการหลั่งฮิสตามีน (Histamine blockers)
- ยายับยั้งการหลั่งกรด (Proton pump inhibitors) สำหรับผู้ป่วยที่มีอาการเล็กน้อย ยาลดกรด (Antacids) สามารถทำให้อาการดีขึ้นได้ แต่มีผลไม่นานนัก ยายับยั้งการหลั่งฮิสตามีน (Histamine blockers) มีประสิทธืภาพที่ดีกว่าและอยู่ได้นานกว่า ซึ่งสามารถซื้อยาทั้งสองได้ตามร้านขายยา และ สามารถทานร่วมกันได้ สำหรับผู้ที่มีอาการรุนแรงและเป็นบ่อยครั้ง ยายับยั้งการหลั่งกรด (Proton pump inhibitors) เป็นยาที่มีประสิทธิภาพที่สุดในการรักษา การรักษาโดยการทานยาเพื่อกำจัดเชื้อ เอช ไพโลไร (Helicobacter pylorior หรือ H. pylori) ซึ่งจะเป็นการทานยา 3 ชนิด ต่อเนื่องกัน 2 สัปดาห์ โดยแพทย์ผู้ทำการรักษา จะประเมินถึงข้อบ่งชี้ในการใช้ต่อไป
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
อายุรแพทย์ระบบทางเดินอาหาร, กุมารแพทย์ กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี
ข้อควรระวัง
ผู้ป่วยที่เป็นโรคกระเพาะอาหารอักเสบมักจะมีอาการเป็นรอบๆ เมื่ออาการดีขึ้นแล้ว ไม่ควรจะกลับเป็นซ้ำหรือเป็นต่อเนื่อง ควรปรับพฤติกรรมชีวิตประจำวันเพื่อลดความเสียงก่อน เช่นการทานอาหารที่ตรงเวลา การงดสูบบุหรี่ งดแอกอฮอล์ งดอาหารรสจัด งดอาหารดอง และ ควรไปพบแพทย์ทันทีถ้ามีอาการดังต่อไปนี้
- มีการกลับเป็นซ้ำบ่อยๆเป็นระยะเวลานานหลายเดือน
- อาเจียนไม่หยุด
- อาเจียนเป็นเลือด
- น้ำหนักลดผิดปกติ, เบื่ออาหารทานไม่ได้
- มีเลือดออกจากทวารหนัก หรือถ่ายเป็นเลือด/สีดำเข้มคล้ายยางมะตอย
- กลืนเจ็บ หรือ กลืนลำบาก
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://med.mahidol.ac.th/fammed/sites/default/files/public/pdf/how%20to%20app%20dyspepsia.pdf






