ทำไมถึงเรียกว่า เบาหวาน?

วันที่โพสต์:
feature-image-blurfeature-image

เขียนโดย

แชร์บทความ

share-optionshare-optionshare-optionshare-option

ภาพทั้งหมด (4)

เนื่องด้วยวันนี้เป็น วันเบาหวานโลก ซึ่งตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน
ของทุกปี เราเลยอยากจะชวนทุกคนมาตั้งคำถามเกี่ยวกับเบาหวานกันสักหน่อย
เคยสงสัยกันมั้ยว่า ทำไมเบาหวาน ถึงเรียกว่าเบาหวาน?
ในสมัยนี้เนี่ยเรามีวิธีการต่างๆในการรักษา
และตรวจเช็คโรคเบาหวาน แต่ในสมัยก่อนล่ะ? พวกเขาทำกันยังไง?

เบาหวาน
เบาหวาน

วันเบาหวานโลก คืออะไร

วันเบาหวานโลก ตรงกับวันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปี
โดยสหพันธ์เบาหวานนานาชาติ (IDF) ได้กำหนดวันเบาหวานนี้ขึ้
มีเป้าหมายเพื่อสร้างความตระหนักรู้เกี่ยวกับภัยคุกคามที่เพิ่มขึ้น
ของโรคเบาหวานทั่วโลก และในปี 2006 องค์การสหประชาชาติ
จึงได้กำหนดให้วันที่ 14 พฤศจิกายน ของทุกปีเป็นวันเบาหวานโลก
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบวันเกิดของเซอร์ เฟรเดอริก แบนติง
ผู้ร่วมค้นพบอินซูลิน(ยารักษาโรคเบาหวาน) ในปี 1922 นั่นเอง

เบาหวาน มาจาก

ทำไมถึงเรียกเบาหวาน?

แล้วทำไม “เบาหวาน” ถึงเรียนว่า “เบาหวาน”  หล่ะ?
เพราะให้เราเบาๆ เพลาๆลงบ้างกับเรื่องหวานหรอ?

Diabetes Mellitus เป็นชื่อเต็มของคำว่า เบาหวาน
ในภาษาอังกฤษ Diabetes ในภาษากรีกแปลว่า “ผ่าน หรือ ท่อ”
ส่วน Mellitus เป็นภาษาลาติน ที่แปลว่า หวาน นั่นเอง

นอกจากนั้นในแถบประเทศเอเชียตะวันตก อย่างประเทศจีน
แพทย์ชาวจีนได้อธิบายโรคนี้ในลักษณเดียวกัน
โดยระบุว่า เซียวเคอ (消渴) ซึ่งแปลว่า “กระหายน้ำ”
ซึ่งใช้อธิบายหนึ่งในอาการของโรคเบาหวาน
ที่จะทำให้เราปัสสาวะบ่อย รวมถึงใช้เรียกตัวโรคเองด้วย
ในปัจจุบันยังมีการใช้คำศัพท์นี้ในทางการแพทย์อยู่เช่นกัน

ในประเทศอินเดียนั้น Sushruta Samhita และ Charaka Samhita
ซึ่งเป็นตำราพื้นฐานของการแพทย์แผนอินเดีย (Ayurveda)
เรียกโรคนี้ว่า madhumeha ซึ่งเป็นภาษาสันสกฤตที่แปลว่า “ปัสสาวะน้ำผึ้ง”


แล้วสำหรับในไทยหล่ะ…?

ในไทย เรามีการอ้างอิงการเรียกโรคนี้จากภาษาต่างประเทศ (Diabetes Mellitus) มีการคาดการว่า เราเรียกปัสสาวะว่า “เบา” และการอุจจาระว่า “หนัก” ในไทยเลยเรียกโรคนี้ว่า “เบาหวาน” หรือแปลตรงตัวว่า ปัสสวะหวาน เหมือนกับความหมายในภาษาฝรั่งนั่นเอง

ในอดีตเขารู้ได้ยังไงว่าใครเป็นเบาหวาน?

จากที่มาของชื่อในภาษาต่างๆที่เราได้รู้กันไปแล้ว นั่นหมายความว่า “แพทย์ในสมัยก่อน พวกเขาดื่มปัสสาวะ เพื่อที่จะวินิจฉัยโรคนี้ใช่มั้ย?”  เราคงต้องย้อนกลับไปในปี 1552 ก่อนคริสตกาล ได้มีการพูดถึงเบาหวานครั้งแรกในปีนั้น เมื่อ Hesy-Ra แพทย์ชาวอียิปต์ บันทึกอาการของการปัสสาวะบ่อยว่า เป็นอาการของโรคลึกลับที่ก่อให้เกิดอาการผอมแห้ง นอกจากนี้ ในช่วงเวลานี้ หมอโบราณหลายคน ยังสังเกตว่า ปัสสาวะของผู้ที่เป็นโรคนี้ ดึงดูด"มด"ได้ดีอีกด้วย

ถัดไปในปี ค.ศ. 150 แพทย์ชาวกรีก ที่มีชื่อว่า Arateus ได้บรรยายถึงปรากฎการณ์นี้ในเวลานั้นว่า    "เป็นการละลายของเนื้อและแขนขาออกมาเป็นปัสสาวะ" และหลายศตวรรษต่อมา คนที่รู้จักกันในชื่อ "นักชิมน้ำ" เป็นผู้ที่วินิจฉัยโรคเบาหวานโดยการชิมปัสสาวะของผู้ป่วย ถ้าปัสสาวะมีรสหวาน แสดงว่าเป็น โรคเบาหวาน นั่นเอง ซึ่งนอกจากการชิมปัสสาวะแล้ว ในทางการรักษา แพทย์สมัยกรีกโบราณ ก็มีวิธีการรักษาที่ค่อนข้างจะแตกต่างจากปัจจุบันอยู่บ้าง โดยพวกเขาเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้จะช่วยให้โรคนี้หายได้ เช่น

  • การใช้สารเสพติด อย่าง ฝิ่น
  • อาหารสัตว์ที่เริ่มมีกลิ่นเหม็นหืน
  • ทานอาหารที่ย่อยง่าย
  • อาหารที่ปราศจากคาร์โบไฮเดรต
  • เอาผ้าสักหลาดหรือผ้าไหมมาสวมหรือเอาไว้ใกล้ผิวหนัง
  • การออกกำลังกาย
  • การขี่ม้า (เชื่อว่าจะลดอาการปัสสาวะบ่อย)

ถึงแม้บางข้ออาจจะพิสูจน์ไม่ได้ว่าสามารถช่วยรักษาโรคเบาหวาน แต่บางข้อก็มีเค้าโครงที่นำมาใช้ได้ในปัจจุบัน


เบาหวาน อาการ

แล้วเราสามารถสังเกตุตัวเองได้ไหมว่า อาจจะเป็น เบาหวาน

  • ปัสสาวะบ่อย โดยเฉพาะต้องตื่นมาปัสสาวะตอนกลางคืน
  • หิวน้ำบ่อย
  • หิวบ่อย รับประทานจุ แต่น้ำหนักลด
  • ผิวแห้ง
  • เป็นแผลแล้วหายยาก
  • ตาพร่ามัว
  • ชาบริเวณปลายมือปลายเท้า
  • หย่อนสมรรถภาพทางเพศ

หากมีอาการเหล่านี้ ควรรีบไปพบแพทย์ในทันที หรืออ่าน 8 เรื่องเบาหวานที่คุณอาจยังไม่รู้ ประกอบการวิเคราะห์จาก Agnos เพื่อเช็คอาการเบื้องต้นได้นะ

ใน “วันเบาหวานโลก” Agnos ก็อยากจะมาแบ่งปันเกร็ดความรู้ ที่น่าสนใจให้ทุกคนได้เข้าใจ และตระหนักถึงโรคนี้อีกด้วย นอกจากนี้ Agnos ก็อยากจะสนับสนุนให้ทุกคน คอยหมั่นตรวจเช็กสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้าง ที่ทำได้ง่ายเพียงปลายนิ้วด้วย ระบบ AI ของเราที่      เช็กอาการป่วยได้ด้วยตัวเอง ซึ่งรวมถึงโรคเบาหวานด้วยเช่นกัน ลองใช้งานฟรีได้แล้วที่ Agnos


อ้างอิง:

https://pubmed.ncbi.nlm.nih.gov/31855345/
https://www.sciencehistory.org/distillations/sickening-sweet
https://dudeathome.home.blog/2019/08/06/%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B8%96%E0%B8%B6%E0%B8%87%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99-%E0%B8%97%E0%B8%B1%E0%B9%89/
https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B9%80%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%99
https://nationaldaycalendar.com/world-diabetes-day-november-14-2/#:~:text=World%20Diabetes%20Day%20is%20held,in%20170%20countries%20and%20territories.

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
article-cover
  • technology
  • เบาหวาน
  • +2

วัดน้ำตาลในเลือด ด้วยเครื่อง CGM

Continuous Glucose Monitoring (CGM) “จะเป็นอย่างไร...ถ้าเราสามารถรับรู้ได้ถึงระดับ น้ำตาลในเลือด ของเรา หลังดื่มชานมไข่มุกได้ทันที..?” มันจะช่วยให้เราระวังการทานอาหารมากขึ้นมั้ย หรือจะส่งผลอย่างไรกับร่างกายของเรากันแน่? การเช็คน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอนั้นเป็นเรื่องที่เราควรจะทำอย่างมาก นอกจากจะช่วยให้เราห่างไกลจากโรคต่างๆอย่างเบาหวานแล้ว ยังจะช่วยให้เราควบคุมอาหารอย่างเป็นระบบระเบียบอีกด้วย แต่มันก็ติดอยู่ที่ว่าถ้าอยากรู้ ก็ต้องเจาะเลือด 1 ครั้ง แล้วต้องรอผล... ถ้าในหนึ่งวัน อยากติดตามผลตล

article-cover
  • เบาหวาน
  • Health&Wellness

8 เรื่องเบาหวานที่คุณอาจยังไม่รู้..? / เข้าใจผิด

พบอาการเสี่ยงเป็น โรคเบาหวาน เช็คอาการฟรีที่ Agnos ได้ตลอด 24 ชั่วโมง. 1. เบาหวานมีหลายชนิด เบาหวานชนิดที่ 1 : เกิดจากการขาดอินซูลิน เนื่องจากตับอ่อนไม่สามารถหลั่งอินซูลินได้ เบาหวานชนิดที่ 2 : เกิดจากภาวะการลดลงของการสร้างอินซูลิน ร่วมกับภาวะดื้ออินซูลิน และมักเกิดจากกรรมพันธุ์ เบาหวานขณะตั้งครรภ์ : จะเกิดขึ้นเมื่อ คุณแม่มีระดับน้ำตาลในเลือดสูง ในระหว่างตั้งครรภ์ มักจะเกิดขึ้นในช่วงระหว่าง 24 ถึง 28 สัปดาห์ และมักจะหายไปหลังจากที่ทารกคลอดออกมา ผู้ที่เป็นเบาหวาน ขณะ ตั้งครรภ์ จะมีแนวโน้มที่