แพ้ปลาส้มเพราะรับบริจาคเลือด


เขียนโดย
หัวข้อ
ภาพทั้งหมด (1)
เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ทาน ‘แซลมอน’ อาหารที่ได้รับความนิยมตลอดกาลไปทั่วโลกไม่ว่าจะดิบหรือสุก เรื่องที่คุณอาจจะยังไม่รู้คือ ขณะเดียวกันเจ้า ‘ปลาส้ม’ ก็เป็นต้นเหตุอาการแพ้อาหารของหลายๆคน ที่บ้างก็แค่สร้างความรำคาญจากการคันเป็นผื่น บ้างก็โชคร้ายถึงขนาดมีโอกาสเสียชีวิต หากเข้ารับการรักษาไม่ทัน
Strange Med Cases ในวันนี้เป็นเรื่องของเด็กที่ไม่เคยมี อาการแพ้แซลมอน มาก่อนในชีวิต แต่มาเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรงหลังจากกระบวนการรักษาโรคมะเร็งของเขา
เด็กชายอายุ 8 ขวบคนหนึ่งเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งสมองที่แคนาดาในปี 2015 ซึ่งในกระบวนการรักษาต้องมีการให้คีโมบำบัด และถ่ายเลือดเป็นรอบๆ เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่สัปดาห์ หลังจากรอบที่ 3 ของการรักษา เด็กชายคนนี้เกิดอาการแพ้อาหารอย่างรุนแรง โดยมีอาการ บวมที่ริมฝีปาก, ใบหน้าแดง, ระคายเคืองในคอ อ่อนเพลีย เขาต้องเข้าแผนกฉุกเฉินทันทีเพราะความดันตกซึ่งต้นเหตุคืออาหารที่เด็กคนนี้ทานเข้าไป มันคือ แซลมอน
เขากินแซลมอนครั้งล่าสุด 6 สัปดาห์ก่อนมีอาการแพ้ในครั้งนี้ และเด็กคนนี้ไม่เคย แพ้แซลมอน ที่ยิ่งกว่านั้น นี่ยังเป็นอาหารจานโปรดของเด็กคนนี้อีกด้วย
ดร.จูเลีย อัพตัน ผู้เขียนรายงานอาวุโส ผู้เชี่ยวชาญด้านภูมิคุ้มกันวิทยาทางคลินิกและโรคภูมิแพ้ ที่โรงพยาบาลเด็กในโตรอนโต กล่าวว่า "หายากมากที่จะมีอาการแพ้อาหารอย่างรุนแรง ในอาหารที่เคยทานได้"
เคสของเด็กคนนี้ถูกสันนิษฐานว่าได้รับแอนตี้บอดี้ IgE มาจากสารประกอบเลือดที่รับมาจากกระบวนการรักษา
อธิบายง่ายๆว่า เจ้า IgE (หรือ immunoglobulin E) เป็นภูมิคุ้มกันชนิดหนึ่งที่ร่างกายจะผลิตขึ้นมา เมื่อระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายมองว่าโปรตีนบางชนิดเหล่านี้เป็นอันตราย หรือที่เรียกว่าสารก่อภูมิแพ้ (Allergen) ซึ่งในที่นี้คือแซลมอน ซึ่งเจ้า IgE นี้ยังเป็นโปรตีนกลุ่มเดียวกับที่พบในภูมิคุ้มกันโควิดอีกด้วย
จากเหตุการณ์นี้ทำให้เด็กชายคนนี้ต้องหยุดทานปลาทันที และต้องพกอะดรีนาลินเพื่อฉีดเวลาแพ้อย่างรุนแรง (Epinephrine Auto-Injector)
แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น...

อาการแพ้แซลมอน
4 วันหลังจากเกิดอาการแพ้แซลมอนอย่างรุนแรง เด็กคนนี้ทานช็อกโกแลตผสมเนยถั่ว แล้วเกิดอาการอาเจียน ปากบวมขึ้นมาอีก ซึ่งหมอสันนิษฐานว่าน่าจะเกิดจากการแพ้เนยถั่ว ซึ่งก่อนหน้านี้เขาก็ไม่เคยแพ้มาก่อนเช่นเดียวกัน
การได้รับอาการแพ้จากผู้บริจาคเลือดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นยากมาก และแทบจะไม่มีเคสแบบอย่าง เคยพบรายงานผู้ป่วยอีก 2 ราย มีอาการแพ้ชั่วคราวจากการรับบริจาคพลาสมาในปี 2007 ซึ่งเป็นหญิงวัย 80 ปี มีอาการแพ้ต่อถั่วลิสง ภายหลังการสืบสวนพบว่าผู้บริจาคพลาสมาวัย 19 ปีของเธอมีอาการแพ้ถั่วลิสงเช่นกัน ตามรายงานในวารสาร Archives of Internal Medicine
ในกรณีเด็กชายวัย 8 ขวบ นักวิจัยได้สอบถามกับผู้บริจาคจาก Canadian Blood Services และพบว่าผู้บริจาคมีอาการแพ้ถั่ว ปลา และหอย ภายหลังนักวิจัยกล่าวว่าได้คัดแยกเลือดจากผู้บริจาครายนี้ออก และจะยุติการให้บริจาคในอนาคต
ประมาณ 5 เดือนหลังจากเด็กชายคนนี้มีอาการแพ้ ก็ตรวจไม่พบ IgE เฉพาะจากถั่วและแซลมอนอีก จึงมีการติดตามผล และต่อมาในเดือนที่ 6เด็กชายคนนี้ก็ได้ทาน ปลาส้ม ของโปรดอีกครั้งจากครอบครัวของเขา ซึ่งอาการแพ้ของเขาได้หายไปจนหมดแล้วในปัจจุบัน
มาตราการการรับบริจาคเลือดยังคงไม่ชัดเจน ว่าแพทย์จะป้องกันกรณีที่จะเกิดขึ้นในอนาคตเช่นนี้ได้อย่างไร ในแคนาดาและอเมริกา รวมทั้งไทยไม่ได้ห้ามผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้บริจาคเลือดทุกที่มีการทดสอบเลือดที่บริจาคเพื่อหา IgE แต่ไม่ได้สามารถคาดการณ์การแพ้ได้เสมอไป ผู้ที่มีระดับ IgE สูงบางคนก็ไม่มีอาการแพ้
ในอเมริกา ดร.คอร์ทนีย์ ฮอปกิ้นส์ รักษาการหัวหน้าเจ้าหน้าที่การแพทย์ประจำแผนกกาชาดอเมริกาตะวันออก กล่าวว่า “หากผู้บริจาครู้สึกสบายดีและสุขภาพแข็งแรงในวันที่บริจาค พวกเขามักจะมีสิทธิ์ได้บริจาค”
“เราจะเลื่อนเวลาบริจาคออกไป หากผู้ให้บริจาครู้สึกไม่สบาย มีไข้ หรือเราสังเกตเห็นว่าพวกเขามีปัญหาในการหายใจ เช่นหายใจทางปาก” โดยดร.คอร์ทนีย์ ได้พูดปิดท้ายไว้ว่า “เราต้องการเลือดเสมอ และขาดผู้ให้บริจาคไม่ได้”
อยากบอกอีกครั้งว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากมาก เพราะในปกติการให้บริจาคเลือดนั้น เราต้องระบุอาการแพ้ต่างๆ และโรคประจำตัวกันอยู่แล้ว สาเหตุของอาการแพ้ในแต่ละคนนั้นมีปัจจัยหลักๆ 3 ข้อ
- ปัจจัยทางพันธุกรรม
- ปัจจัยทางสุขภาพ
- ปัจจัยด้านเวลา เช่น ทานอาหารหลังจากเพิ่งออกกำลังกายเสร็จ อาจทำให้มีการหลั่งสารบางอย่างออกมาโดยไม่รู้ตัว
นั่นหมายความว่าเราอาจเกิดอาการแพ้อาหาร หรือแพ้สิ่งต่างๆตอนไหนก็ได้ เราเลยอยากแนะนำให้เช็กให้ชัวร์ทุกครั้งที่มีอาการผ่าน Agnos แอปพลิเคชั่นเช็กอาการป่วยกว่า 300 อาการ ที่รวมถึงอาการแพ้ต่างๆด้วย และทำได้ด้วยตัวคุณเอง ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง
อ้างอิง:
https://www.cmaj.ca/content/187/12/905
https://www.livescience.com/50406-blood-donation-allergies.html





