ไม่ได้มีแค่'ยาเสพติด' แอลกอฮอล์ ก็ลงแดงได้


เขียนโดย
หัวข้อ
“คนไทยดื่มเหล้า 16 ล้านคน และติดจนไม่สามารถเลิกได้ 9 ล้านคน” (ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติในปี 2560)
การดื่มแอลกอฮอล์ นอกจากจะทำร้ายสุขภาพกายแล้ว ยังมีผลร้ายต่อสุขภาพจิตในหลายๆด้านอีกด้วย หากมีนิสัยดื่มเป็นประจำจนไม่สามารถเลิกได้ อาจทำให้เกิดภาวะติดสุราเรื้องรัง รวมถึงอาการลงแดงเนื่องจากการขาดแอลกอฮอล์ (Alcohol withdrawal syndrome) ที่อาจถึงขั้นต้องไปพบโรงพยาบาลกันเลยทีเดียว
กลุ่มอาการเนื่องจากการขาดสุรา (alcohol withdrawal syndrome) เป็นกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับ การเปลี่ยนแปลง ในหน้าที่ของระบบประสาทส่วนกลาง เกิดขึ้นในผู้ที่หยุดดื่มหรือลดการดื่มสุราลงกระทันหัน หลังจากที่ดื่มติดต่อกันมานาน เป็นระยะเวลาหนึ่ง
มาเช็คตัวเองกันว่าเราถึงขั้นติดเหล้าแล้วหรือยัง ?
7 สัญญาณอันตราย ที่บอกว่าเราเริ่ม ‘ติดเหล้า’
- ต้องดื่มมากขึ้นถึงจะได้ฤทธิ์เท่าเดิม
- เมื่อไม่ได้ดื่มจะมีอาการทางร่างกาย เช่น มือสั่น เหงื่อแตก คลื่นไส้ นอนไม่หลับ
- ไม่สามารถควบคุมการดื่มได้
- ต้องการจะเลิกดื่มหลายครั้ง แต่ทำไม่สำเร็จ
- หมกมุ่นกับการดื่มหรือหาสุรามาดื่ม
- เสียการเสียงาน
- ยังดื่มสุราทั้งๆที่เจ็บป่วยทั้งป่วยทางกายหรือทางจิตใจ ซึ่งแสดงว่าหยุดดื่มไม่ได้
ถ้าหากเราเกิดอาการลงแดงหล่ะ? อาการจะเป็นยังไง?
ผู้ที่ติดสุราจะแสดงอาการทางสุขภาพ หลังการงดดื่ม 6 ชั่วโมง โดยคนส่วนใหญ่ จะมีอาการดังนี้ :
1.กลุ่มอาการระดับต่ำ คือ หยุดดื่มสุรา 6-36 ชม.
- มือสั่น
- หงุดหงิด
- ปวดหัว
- ใจสั่น
- ความดันสูง
- อาจเกิดอาการวูบได้เพราะความดันสูง
- คลื่นไส้ อาเจียน
- เบื่ออาหาร
2.กลุ่มอาการระดับกลาง คือ หยุดดื่มสุรา 24-72 ชม. อาการจะเริ่มหนักขึ้น
- เหงื่อออกท่วมตัว
- ใจเต้นเร็ว
- ตัวสั่น
- มือสั่น
- คลื่นไส้
- ท้องเสีย
3. กลุ่มอาการรุนแรงมากถึงขั้นเพ้อคลั่งสั่น คือ หยุดดื่มสุรา 48-96 ชม.
- ไข้สูง
- เริ่มประสาทสับสน
- หูแว่ว
- ประสาทหลอน
- เริ่มมีลักษณะอาการทางจิต
- หวาดระแวงได้
- ลืมวันลืมคืน แยกแยะใครไม่ได้
ซึ่งขั้นนี้จะเกิดอันตรายทั้งกับตัวเองและคนรอบข้าง โดยหากมีอาการ 3 ใน 7 อาการที่กล่าวมา ให้คาดการไว้ว่าคนๆนั้น ติดสุรา ควรรีบพบแพทย์โดยด่วน
ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับจิตใจ
ผู้ที่ดื่มเป็นประจำมีโอกาสป่วยเป็นโรคทางจิตเวชสูงกว่าคนที่ไม่ได้ดื่มเช่น
- มีโอกาสป่วยเป็นโรคจิตเภท (Schizophrenia) สูงกว่า 3.8 เท่าตัว
- มีโอกาสป่วยเป็นโรคซึมเศร้า (Depression) 3.9 เท่าตัว
- มีโอกาสป่วยด้วยโรคไบโพลาร์ (bipolar) 6.3 เท่าตัว
- มีโอกาสป่วยเป็นโรควิตกกังวลสูงกว่าคนทั่วไปที่ไม่ได้ดื่ม 4.6 เท่าตัว
และอาจป่วยถาวร ถึงแม้ว่าจะหยุดดื่มไปแล้วก็ตาม
วิธีรักษา
หากเป็นในขั้นไม่รุนแรง สามารถรักษาให้หายเองได้ โดยการค่อยๆลดปริมาณลงทาน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการ
ถอนพิษสุรารุนแรง แต่หากต้องการจะหยุดในทันที ควรปรึกษาแพทย์ก่อนวันที่หยุดโดย แพทย์จะให้ยามาทาน เพื่อลดอาการรุนแรงนั่นเอง
**บทความนี้ไม่สามารถใช้เพื่อวินิจฉัยอาการการขาดสุราด้วยตัวเองได้ แต่เป็นแนวทางในการสังเกตอาการผิดปกติของร่างกายเพื่อดูแลตัวเอง
หากพบว่าคนใกล้ชิดหรือตัวท่านมีความเสี่ยงโปรดเช็กอาการเบื้องต้นกับ Agnos ประกอบแนวทางการรักษา
การดื่มเพื่อความสนุกสนานบ้าง ก็คงถือว่าเป็นสีสันของชีวิต แต่ถ้าดื่มจนติด และกระทบชีวิตประจำวันหล่ะก็ อาจถึงเวลาที่เราควรจะปรับเปลี่ยนนิสัยการดื่มแล้วหรือยัง? หากมีอาการที่น่าสงสัย สามารถกดแแอปพลิเคชั่น AGNOS เพื่อตรวจเช็คทั้งสุขภาพกายและใจได้ฟรี
อ้างอิง
https://www.dmh.go.th/news-dmh/view.asp?id=30089






