รวมคำถามเรื่องเพศในกระทู้ถามแพทย์ของ Agnos !


เขียนโดย
หัวข้อ
ภาพทั้งหมด (7)
เราเองก็เป็น…แต่ไม่กล้าถามหรือเปล่า..?
วันนี้ Agnos จะมารวบรวมคำถามจาก กระทู้ถามแพทย์ของ Agnos เป็นคำถามที่พบเจอได้บ่อยเกี่ยวกับเรื่องเพศ ไม่ว่าจะเป็น โรคทางเพศหรือเพศสัมพันธ์ก็ตาม !
โดยการตั้งกระทู้ถามตอบกับแพทย์บน กระทู้ถามแพทย์ของ Agnos นั้นไม่ระบุชื่อหรือตัวตนของผู้ถามแน่นอน ปลอดภัย ไม่ต้องกังวล !
เรามาเริ่มกันที่คำถามแรกกันเลย !
คำถามที่ 1
“เริ่มจากเป็นตุ่มผื่นหลังใส่ผ้าอนามัยค่ะ หลังจากนั้นมีเพศสัมพันธ์ทำให้เป็นแผลแสบและคัน ไม่ทราบว่าเป็นโรคทางเพศสัมพันธ์รึเปล่าคะ?”

คำตอบ : หากเป็นแผลใหญ่ ไม่ใช่ถลอก อาจเป็นโรคติดต่อทาง
เพศสัมพันธ์ อาจเป็นแผลริมอ่อน ควรงดมีเพศสัมพันธ์สองอาทิตย์และควรปรึกษาแพทย์เพิ่มเติม
แผลริมอ่อนคืออะไร..?
แผลริมอ่อน คือโรคติดต่อทาง ‘เพศสัมพันธ์’ ชนิดหนึ่ง เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย Haemophilus Ducreyi
ผู้ติดเชื้ออาจมีตุ่มนูนแดง ตุ่มหนองและอาจพัฒนากลายเป็นแผลได้ โดยแผลที่บริเวณอวัยวะเพศเหล่านี้อาจทำให้มีอาการเจ็บและปวดบริเวณแผล
กระทู้ : https://bit.ly/3ZSFaFX
คำถามที่ 2
“คู่นอน เพศชาย มีแผลที่หนังหุ้ม ไม่ใช่ปลายหัวอวัยวะเพศ เป็นเหมือนแผลลึกนิดหน่อยคล้ายกากบาทไม่มีหนอง เจ็บแสบ จนมีเพศสัมพันธ์ไม่ได้ แผลยังนิ่มอยู่ พักผ่อนเพียงพอ ไม่เครียด ขณะมีเพศสัมพันธ์ไม่แห้ง ไม่เจ็บ มาเป็นหลังมีเพศสัมพันธ์หลายวันแล้ว ไม่แน่ใจว่าเป็นอะไรคะ?”
คำตอบ : อาจเป็นแผลริมอ่อนตามที่ได้วิเคราห์อาการกับทางแอปพลิเคชัน Agnos
ควรทานยาฆ่าเชื้อรักษาต่อเนื่องทั้งผู้ป่วยและคู่นอน และงดมีเพศสัมพันธ์จนกว่าจะหายดี
กระทู้ : https://bit.ly/3D7ePu8
คำถามที่ 3
“ผมอายุ 20 ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ มีตุ่มเหมือนติ่งเนื้อแค่เพียงบริเวณใต้เส้นสองสลึงประมาณ 4-5ตุ่ม ไม่โตขึ้น และไม่ลดลง เหมือนเป็นมาตั้งแต่จำความได้ ไม่มีอาการคัน เจ็บ แสบ หรืออื่นๆเลย ลองค้นดูเหมือนว่าเป็นตุ่มไขมัน แต่ก็ยังไม่แน่ใจ จึงอยากปรึกษาว่ามันคืออะไรครับ แล้วผมก็สงสัยอีกเรื่องคือเราสามารถเป็นโรคทางเพศสัมพันธ์ หรือโรคที่จะทำให้คนอื่นติดจากเราด้วยการมีเพศสัมพันธ์ทั้งๆที่ยังไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ไหมครับ ? ขอบคุณครับ”
คำตอบ : ลักษณะตุ่มเล็กๆ ไม่เจ็บ ไม่คันบริเวณอวัยวะเพศเป็นลักษณะที่พบได้ปกติ ตุ่มเหล่านั้นอาจเป็นตุ่มไขมัน หรือตุ่มผิวหนังธรรมดา ไม่ใช่โรค
สำหรับเรื่องโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เนื่องจากโรคติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์มีหลายโรคและช่องทางการติดเชื้ออาจไม่เหมือนกัน จึงสามารถติดได้หลายช่อง
ทางบางโรคอาจไม่จำเป็นต้องมีเพศสัมพันธ์ก็สามารถติดเชื้อได้ เช่น HIV เพราะอาจติดเชื้อจากการรับเลือดของผู้ติดเชื้อก็ได้ รวมถึงหูดและเริม อาจติดจากการสัมผัสก็ได้
กระทู้ : https://bit.ly/3HlIvpQ
คำถามที่ 4
“ผมมีก้อนใกล้ๆรูทวาร ระหว่างอัณฑะกับรูทวาร ผมอยากทราบว่ามันเป็นอะไรครับผมครำๆดูมันเป็นก้อน”
คำตอบ : ก้อนที่บริเวณระหว่างอัณฑะกับทวาร เกิดได้จากหลายสาเหตุ
หากก้อนมีลักษณะบวมและแดงร้อน จนทำให้เกิดอาการปวดอาจเป็นฝีหนองได้
การรักษาคือการทานยาฆ่าเชื้อ เช่น ยาClindamycin
แต่หากก้อนไม่ได้มีลักษณะดังกล่าว อาจเกิดจากต่อมน้ำเหลืองอักเสบจากโรคติดเชื้อเพศสัมพันธ์ หรือสาเหตุอื่นๆได้ หมอแนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติม เพื่อให้ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องต่อไปครับ
กระทู้ : https://bit.ly/3J2hF7s
คำถามที่ 5
“มีเม็ดเหมือนสิวตรงอัณฑะข้างซ้ายบีบออกมาแล้วเป็นสิวหรือหนองผสมเลือด ตอนนี้ มีอาการเต่งตึงเป็นก้อนเหมือนก้อนฝี สามารถหายากอนบรรเทาอาการได้ใหมครับ”
คำตอบ : อาการคนไข้อาจเกิดจากผิวหนังอักเสบจากการติดเชื้อ
การรักษาเบื้องต้นหมอแนะนำทานยาฆ่าเชื้อ เช่น Dicloxacillin ร่วมกับยาทาฆ่าเชื้อ เช่น Clindamycin ประมาณ 5-7 วัน
หากอาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง แนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลหรือคลินิกต่อไปครับ
กระทู้ : https://bit.ly/3QXZXDU
คำถามที่ 6
“คือว่า สอดนิ้วเข้าไปในช่องคลอดค่ะ เเล้วรู้สึกว่ามีท่ออยู่ด้านใน เอา1นิ้วชี้สอดเข้าไปถึงพอดีเลยค่ะตรงที่รู้สึกว่าท่อ
ทุกครั้งที่ช่วยตัวเองจะมีเลือดออกทุกครั้งค่ะเลยหยุดช่วยตัวเองสัก2สัปดาร์
พอทำวันนี้รู้สึกว่าพอเอานิ้วชี้เเค่ครึ่งนิ้วก็ถึงเเล้วค่ะที่รู้สึกว่าท่อ เเเต่ก็ยังฝืนที่จะช่วยตัวเองค่ะ ตอนทำรู้สึกเจ็บค่ะเลยหยุด
หลังจากนั้นก็รู้สึกเเสบเจ็บที่ช่องคลอดค่ะ พอเวลาไปปัสสาวะก็รู้สึกเเสบมากค่ะเวลาปัสสาวะค่ะ รู้สึกปัสสาวะไม่สุดด้วยค่ะ อยากทราบว่า ควรไปหาหมอไหมคะ หนูเป็นอะไรคะ อันตรายไหมคะ?”
คำตอบ : อาการแสบช่องคลอด ร่วมกับปวดท้องน้อยและตกขาวผิดปกติ มักเกิดจากภาวะมดลูกอักเสบ หรือช่องคลอดอักเสบครับ
ส่วนหนึ่งเกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช้ถุงยางอนามัย
การรักษาหลักจะเป็นการทานยาฆ่าเชื้อ เช่น Azithromycin 1 gram และ Doxycycline นาน 7 วัน
อาการแสบคันช่องคลอด และปวดท้องน้อยจะค่อยๆดีขึ้น หากทานยาไป 3-5 วัน อาการไม่ดีขึ้นหรือแย่ลง หมอแนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติมที่โรงพยาบาล เพื่อตรวจร่างกายและทำการตรวจเพิ่มเติมอื่นๆต่อไปครับ
สำหรับอาการปัสสาวะแสบขัดนั้นอาจเกิดจากกระเพาะปัสสาวะอักเสบ หรือท่อปัสสาวะอักเสบก็ได้ การรักษาหลักจะเป็นการทานยาฆ่าเชื้อ เช่น Ciprofloxacin หากปัสสาวะแสบขัดและอาการปวดท้องน้อยรบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน สามารถทานยาแก้อักเสบ เช่น Ibuprofen, Mefenamic acid เพื่อช่วยบรรเทาอาการได้ครับ
กระทู้ : https://bit.ly/3wkWqGf
คำถามที่ 7
“ปวดท้องน้อยมา9วันแล้วค่ะ 2 วันหลังมาคือทรมานมาก
มันจุกๆบิดๆ ตอนแรกก็ปวดแต่ใช้ชีวิตประจำวันได้ ตอนนี้คือเดินก็ปวดทำไรก็ปวด ปวดไปยันสันหลัง ถึงเอว ไปหาหมอมาไม่ได้คำตอบอะไรเลยค่ะ มาฉีดยาให้แล้วให้เรารอ5ชม. จนเราหายปวด เค้าเลยให้กลับบ้าน คือตรวจแค่ปัสสาวะกับเลือด เอาที่ให้น้ำเกลือปักให้เราตั้ง4ชม แต่ไม่ให้น้ำเกลือเจ็บมาก เค้าให้ยาลดไข้กับแก้ปวด
คืออยากถามแพทย์อันตรายมั้ยคะ ? ปล่อยให้ตัวเองปวดท้องหนักขนาดนี้ หรือกินยารอดูอาการ โรงพยาบาลเอกชนตรวจท้องอัลเตอร์ซาวแพงมั้ยคะอยากรู้ว่าตัวเองเป็นอะไร
มันทรมานจริงๆค่ะ แค่นอนทับท้องก็รู้สึกปวดแล้ว”
คำตอบ : อาการปวดท้องน้อยของคนไข้ อาจเกิดจากมดลูกอักเสบ ติดเชื้อทางเดินปัสสาวะ หรือภาวะแทรกซ้อนของมดลูกอื่นๆก็ได้ครับ
หมอแนะนำให้ไปตรวจเพิ่มเติมที่คลินิกนรีเวชหรือโรงพยาบาล หากปัสสาวะผลปกติ อาจต้องทำการอัลตร้าซาวด์ร่วมกับตรวจภายในเพื่อหาสาเหตุต่อไป เพื่อให้ได้การรักษาที่ถูกต้องกับโรคครับ
กระทู้ : https://bit.ly/3H3jr5L
นี่เป็นเพียงตัวอย่างคำถามในกระทู้ถามแพทย์บนเว็บไซต์ของ Agnod เพียงเท่านั้น หากใครมีคำถามที่อยากถาม แต่ไม่กล้าเปิดตัว สามารถเข้ามาถามได้ที่ กระทู้ถามตอบ ได้เลย !
ไม่มีการเปิดเผยตัวตน มีผลวิเคราะห์จาก AI ของทางแอปพลิเคชัน และคำถามที่ผู้ถามต้องการถามเท่านั้น !
หรือใครอยากเข้ามาอ่านว่าเราเองก็มีอาการแบบนี้ คนอื่นเป็นเหมือนกันมั้ย ? ก็สามารถเข้ามาที่กระทู้ถามแพทย์ของทาง Agnos ได้เลย !
อ้างอิง : https://www.pobpad.com/แผลริมอ่อน
https://www.si.mahidol.ac.th/th/healthdetail.asp?aid=802#:~:text=แผลริมอ่อน,เริม


