ทำความรู้จักกับโรคไบโพล่าร์

Bipolarโรคซึมเศร้าสุขภาพจิต

แก้ไขล่าสุด: 23 มิถุนายน 2565

เขียนโดย

Agnos Team

Agnos Team

แชร์

“เดี๋ยวดี..เดี๋ยวร้าย ท่าจะบ้า”
“ดราม่าอะไรขนาดนั้น..”
“สงสัยเป็นไบโพลาร์แหละมั้ง”
คำพูดติดปาก ที่คอยล้อเล่นหรือว่ากล่าวเวลาเจอคนอารมณ์แปรปรวน จนอาจเป็นการเข้าใจผิดว่า  “โรคไบโพลาร์” นั้นไม่ได้อันตราย ไม่มีอยู่จริงและคิดว่ามันก็แค่อาการของคนอารมณ์ไม่ดีก็เท่านั้น แต่จริงๆแล้ว โรคไบโพลาร์มันอันตรายและใกล้ตัวเรามาก วันนี้ Agnos จึงอยากพาทุกๆคนไปรู้จักกับโรคนี้กัน !

ไบโพลาร์ (Bipolar Disorder)
ไบโพลาร์ (Bipolar Disorder)

โรคไบโพล่าร์ คือโรคอะไร ?

ไบโพลาร์ (Bipolar Disorder) หรือ โรคอารมณ์สองขั้ว คือโรคที่ผู้ป่วยมีความผิดปกติของอารมณ์ ที่เกิดจากสารเคมีในสมองที่ไม่สมดุลกัน และผู้ป่วยโรคไบโพลาร์จะมีความผิดปกติทางอารมณ์สองแบบเปลี่ยนแปลงไปมาสลับกัน คือ อารมณ์ดี หรือก้าวร้าวผิดปกติ (mania) และอารมณ์ซึมเศร้า (depressed) โรคนี้จึงมีชื่อเดิมว่า manic-depressive disorder ผู้ป่วยสามารถมีอาการทั้งสองด้าน หรือ ด้านเดียวก็ได้ และไม่ใช่อาการ “เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย” อย่าที่หลายๆคนพูดกัน

อาการไบโพล่าร์ คืออะไร แบ่งได้กี่อารมณ์ ?

อาการของโรคไบโพลาร์ สามารถแบ่งเป็นอารมณ์หลักๆได้ 2 อารมณ์ คือ อารมณ์ดี หรือก้าวร้าวผิดปกติ (Manic Episode)

  • พูดเร็ว พูดมาก พูดไม่ยอมหยุด
  • ความคิดแล่นเร็ว มีหลายความคิดเข้ามาในสมอง
  • รู้สึกว่าตนมีความสำคัญหรือมีความสามารถมาก
  • นอนน้อยกว่าปกติมาก โดยไม่มีอาการเพลียหรือต้องการนอนเพิ่ม
  • สมาธิลดลง เปลี่ยนความสนใจ เปลี่ยนเรื่องพูดหรือการกระทำอย่างรวดเร็ว
  • การตัดสินใจเสียไป เช่น ใช้จ่ายเงินฟุ่มเฟือย ทำเรื่องที่เสี่ยงอันตรายหรือผิดกฎหมาย ไม่ยับยั้งชั่งใจในเรื่องเพศ

อารมณ์เศร้า (Depressive Episode)

  • รู้สึกซึมเศร้า ซึ่งอารมณ์เศร้าจะมีอยู่เกือบตลอดทั้งวันและเป็นทุกวันบางวันอาจเป็นมากบางวันอาจเป็นน้อย
  • รู้สึกเบื่อ ขาดความสนใจหรือความเพลิดเพลินในกิจกรรมต่างๆที่เคยชอบทำ
  • ปัญหาการกิน มักจะเบื่ออาหาร น้ำหนักลดลง หรือบางรายอาจมีความอยากอาหารเพิ่มขึ้นผิดปกติ กินมากจนน้ำหนักเพิ่ม
  • ปัญหาการนอน มักนอนไม่หลับ หรือบางรายจะหลับมากกว่าปกติ ง่วงนอนทั้งวัน
  • ทำอะไรเชื่องช้า พูดช้า เคลื่อนไหวช้าลง
  • รู้สึกอ่อนเพลียหรือไร้เรี่ยวแรง เป็นทั้งวันและแทบทุกวัน
  • รู้สึกตนเองไร้ค่า มักโทษตัวเอง หรือรู้สึกผิดต่อตัวเอง
  • มีปัญหาการใช้สมาธิ หรือมีความคิดความอ่านช้าลง
  • คิดอยากตายไม่อยากมีชีวิตอยู่ คิดถึงเรื่องการตายอยู่เรื่อยๆ หรือบางรายพยายามฆ่าตัวตายหรือมีแผนฆ่าตัวตาย

โดยจะมีอาการเป็นระยะเวลาอย่างน้อย 2 สัปดาห์ (อาการและระยะเวลาจะแตกต่างกันไปตามปัจจัยรอบข้าง)

ไบโพลาร์เกิดจากอะไร และใครเป็นไบโพลาร์ได้บ้าง ?

มีหลายสาเหตุ และปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้ แต่ก็ยังไม่พบสาเหตุที่แน่ชัดนัก

เช่นเดียวกับ โรคซึมเศร้า อาการของโรคไบโพลาร์จะเกิดขึ้นเมื่อมีสารสื่อประสาทในสมอง คือ นอร์อะดรีนาลีน เซโรโทนิน และโดปามีน ในระดับที่ไม่สมดุลกัน ซึ่งจะทำให้มีอารมณ์ดี อยู่ในภาวะร่าเริงผิดปกติ และจะมีภาวะซึมเศร้า เบื่อหน่าย สลับกันไป นอกจากนี้ยังพบว่า ร้อยละ 50 ของผู้ป่วยไบโพลาร์ มีสาเหตุจากพันธุกรรม โดยหากพบว่าในครอบครัวเคยมีคนที่เป็นไบโพลาร์เช่น พ่อหรือแม่เป็น ลูกก็จะมีโอกาสประมาณร้อยละ 15-25 ที่จะเป็นโรคไบโพลาร์ด้วย โดยรวมแล้วโรคไบโพลาร์ พบได้ประมาณ ร้อยละ 1.5 - 5 ของประชากรทั่วไป ช่วงอายุที่มักพบว่ามีอาการครั้งแรก คือ ช่วง 15 – 19 ปี แต่ผู้ป่วยบางคนอาจเริ่มมีอาการในระยะก่อนเข้าวัยรุ่นหรือวัยรุ่นตอนต้น โดยการเจ็บป่วยครั้งแรก อาจมีความตึงเครียดในชีวิตเป็นปัจจัยกระตุ้น เช่นการเสียชีวิตของคนในครอบครัว คนที่รัก ผิดหวังจากความรัก การเรียน หรือการงานเป็นต้น

การรักษา

โรคไบโพลาร์สามารรักษาให้หายได้ โดยหลักๆแล้วการรักษาจะเป็นการรักษาด้วยยา  โดยแพทย์จะให้ยารักษาทางจิตเวชเพื่อปรับสารสื่อประสาทและควบคุมอารณ์ อีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่ควรทำควบคู่กันเพื่อผลดีในระยะยาว คือการทำจิตบำบัด หรือกิจกรรมบำบัด รวมถึงการรักษาแบบ CBT (Cognitive Behavior Therapy) เพราะจิตแพทย์จะสามารถค้นหาว่า อะไรคือสาเหตุของการเกิดโรคไบโพลาร์นอกเหนือจากเรื่องกรรมพันธุ์

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดในการรักษา คือกำลังใจ การช่วยเหลือ และความเข้าใจจากคนรอบข้าง มีปัจจัยมากมายที่ทำให้ผู้ป่วยมีอาการกลับมาใหม่ เช่นภาวะเครียดมาก การอดนอน หรือการขาดยา ทำให้ความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากคนรอบข้างเป็นสิ่งที่สำคัญ ที่จะช่วยให้ผู้ป่วยหายขาดจากโรคนี้

โรคไบโพลาร์สามารถหายได้ จากการรับการรักษาที่ถูกต้องและทันเวลา เพราะฉะนั้นการดูแลและสังเกตสุขภาพจิตของตัวเองนั้น สำคัญพอๆกับสุขภาพร่างกายของเรา

Agnos สนับสนุนให้คนไทยทุกคนหมั่นตรวจเช็กสุขภาพจิตของตัวเองและคนรอบข้าง เพื่อการรักษาที่ถูกต้อง และทันเวลา

Agnos วิเคราะห์ได้ทั้งอาการเจ็บป่วยทางร่างกาย และอาการด้านจิตใจ ด้วย AI วิเคราะห์โรคด้วยตนเอง โดยวิศวกรไทยจาก MIT และทีมแพทย์มืออาชีพจาก Agnos สามารถทดลองใช้งานได้ฟรี

โหลดเลยที่ 📲 http://onelink.to/2fryfd

อ้างอิง
https://med.mahidol.ac.th/ramamental/generalknowledge/general/09042014-1105
https://www.manarom.com/blog/bipolar.html
https://www.bangkokhospital.com/content/2-types-bipolar-disorder
https://www.bumrungrad.com/th/conditions/bipolar-disorder
https://www.paolohospital.com/th-TH/phahol/Article/Details/%E0%B8%9A%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1-%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%82%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%9E%E0%B8%88%E0%B8%B4%E0%B8%95/Bipolar-Disorder

เขียนโดย

Agnos Team

Agnos Team

แชร์

บทความที่เกี่ยวข้อง

กรดไหลย้อนปวดท้อง

เป็น "กรดไหลย้อน" ถึงขั้นเสียชีวิตได้จริงหรอ

Q&Aถามตอบหมอแอ็กนอส

ถาม-ตอบ กับ Agnos

Health&Wellness

กัญชาเสรี ความเสรี ที่มาพร้อมกับความเสี่ยง

Q&ATiktokถามหมอปวดหน้าอก

ปวดหน้าอกข้างขวาแบบนี้ ต้องทำยังไง?

Agnos Logo

© 2020 Agnos