โรคคลั่งผอม กับ โรคล้วงคอ? ต่างกันตรงไหน

วันที่โพสต์:
feature-image-blurfeature-image

เขียนโดย

แชร์บทความ

share-optionshare-optionshare-optionshare-option

ภาพทั้งหมด (2)

anorexia vs bulimia
โรคคลั่งผอม กับ โรคล้วงคอ

เมื่อ Beauty Standard หรือ มาตราฐานความสวยทำพิษ! คุณอาจเคยเข้าใจผิด!  การควบคุมน้ำหนักอาจเป็นพฤติกรรมเสี่ยงของโรคคลั่งผอม กับ โรคล้วงคอหรือเปล่า?  แล้ว 2 โรคนี้ต่างกันตรงไหน? Agnos สรุปมาให้แล้ว

anorexia vs bulimia
Anorexia vs bulimia

โรคคลั่งผอม หรือ Anorexia (อะนอเร็กเซีย)


คือโรคการกินผิดปกติ ที่เกิดจากปัญหาสุขภาพจิต โดยผู้ป่วยจะมีน้ำหนักที่น้อยและมีรูปร่างที่ผอมมากนั่นเอง ผู้ป่วยอาจมีพฤติกรรมเสี่ยงเกี่ยวกับการควบคุมน้ำหนัก อย่าง ล้วงคออาเจียนหลังทานอาหาร ใช้ยาลดน้ำหนัก ยาขับปัสสาวะ หรือการอดอาหารนั่นเอง ซึ่งแก้ได้ยาก เพราะผู้ป่วยส่วนใหญ่ ไม่คิดว่าตัวเอง ป่วยและไม่อยากแก้

อาการที่อาจเป็นได้ของโรค Anorexia

  • น้ำหนักลดลงมากเกินไป
  • รูปร่างผอมแห้ง ไม่มีกล้ามเนื้อ / ไขมัน
  • จำนวนเม็ดเลือดผิดปกติ
  • เกิดอาการเมื่อยล้า
  • เวียนหัว
  • นอนไม่หลับ
  • นิ้วเขียวซีด ปากแห้ง
  • ผิวแห้ง เหลือง
  • ผมบาง / ร่วง
  • ประจำเดือนไม่มา
  • ท้องผูก
  • หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ความดันโลหิตต่ำ
  • กระดูกเปราะ
  • แขนหรือขาบวม

 อาการทางด้านพฤติกรรม :

  • อดอาหาร หรือ กินน้อย
  • ออกกำลังหายอย่างหักโหม
  • ล้วงคอ
  • ใช้ยาระบาย ยาลดน้ำหนัก

 อาการทางด้านจิตใจ :

  • คิดมากเกี่ยวกับการกิน นับแคลอรี่
  • เกิดอาการเบื่ออาหาร
  • กังวลเรื่องน้ำหนักตัว
  • หมกหมุ่นเกี่ยวกับรูปร่างตัวเอง และไม่ยอมรับว่าตัวเองน้ำหนักต่ำกว่าปกติ จึงลดอย่างต่อเนื่อง
  • แยกตัวจากสังคม
  • หงุดหงิด หรือซึมเศร้า
  • คิดฆ่าตัวตาย

Anorexia เกิดจากอะไร?
ยังไม่ทราบสาเหตุของโรคนี้  แต่โรคนี้มีปัจจัยเสี่ยงที่เกิดขึ้นร่วมกัน ได้แก่

 ยีนหรือพันธุกรรม
ข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับยีน การทำงานในสมอง หรือระดับฮอร์โมนที่เปลี่ยนแปลงไปผู้ที่มีบุคคลในครอบครัวป่วยเป็นโรคผิดปกติเกี่ยวกับการกิน โรคซึมเศร้า หรือใช้สารเสพติด มีความเสี่ยง

 สภาวะจิตใจ
สภาวะอารมณ์หรือจิตใจบางอย่างอาจส่งผลให้ป่วยเป็น อะนอร์เร็กเซีย ได้ โดยผู้ที่ประสบสภาวะอารมณ์หรือจิตใจต่อไปนี้อาจเสี่ยงป่วยเป็นโรคนี้

  • มีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้าและวิตกกังวล
  • จัดการความเครียดได้ไม่ดี
  • กังวล กลัว และคิดมากเกี่ยวกับอนาคตมากเกินไป
  • เสพติดความสมบูรณ์แบบ
  • เคร่งครัด
  • มีพฤติกรรมย้ำคิดย้ำทำ

 สภาพแวดล้อม
การรับเอาวัฒนธรรมและค่านิยมความผอมที่เผยแพร่ตามสื่อต่าง ๆ อาจเกิดปัจจัยจากสภาพแวดล้อมอื่น ๆ เช่น

  • แรงกดดันจากเพื่อนที่นิยมรูปร่างผอม
  • ถูกกลั่นแกล้งล้อเลียนเรื่องรูปร่างและน้ำหนัก
  • เหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดความเครียด
  • เผชิญกับปัญหาความสัมพันธ์ในครอบครัว
  • ถูกทำร้ายร่างกายหรือทารุณกรรมทางเพศ

วิธีการรักษา  

จิตบำบัด ผู้ป่วยโรค Anorexia จะได้รับการรักษาด้วยวิธีจิตบำบัดต่าง ๆ เวลาประมาณ 6-12 เดือน

 Focal Psychodynamic Therapy : FPT เป็นวิธีจิตบำบัด ที่เน้นให้ผู้ป่วยรับมือกับภาวะทางจิต ความคิด หรือความรู้สึกที่เกิดขึ้น อาจเกี่ยวเนื่องกับปมขัดแย้งที่เกิดขึ้นในวัยเด็กหรือในอดีต นักบำบัดจะกระตุ้นให้ผู้ป่วยนึกถึงปมขัดแย้งที่ส่งผลต่อตัวเอง เพื่อช่วยหาวิธีรับมือกับพฤติกรรม หรือความคิดเหล่านั้นนั่นเอง

 จิตบำบัดสัมพันธภาพระหว่างบุคคล (Interpersonal Therapy: IPT) วิธีนี้เชื่อว่า ความสัมพันธ์ต่อผู้คนรอบข้างและสิ่งแวดล้อมภายนอกมีอิทธิพลต่อสุขภาพจิต นักจิตบำบัดจึงจะพิจารณาความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างของผู้ป่วยและหาวิธีแก้ไขพฤติกรรมหรือความคิดดังกล่าวได้อย่างไร

 ความคิดเและพฤติกรรมบำบัด (Cognitive Behavioural Therapy: CBT) วิธีนี้จะโฟกัสไปที่ทัศนคติที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้ป่วย โดยนักบำบัดจะช่วยปรับความคิดของผู้ป่วย ซึ่งจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั่นเอง

 Cognitive Analytic Therapy (CAT)วิธีนี้จะโฟกัสไปที่ ปัญหาสุขภาพจิตที่เกิดขึ้นเกิดจากรูปแบบพฤติกรรมหรือความคิดที่ไม่ส่งผลดีต่อสุขภาพ

การบำบัดครอบครัว (Family Interventions) ในกรณีที่ผู้ป่วย Anorexia ยังมีอายุน้อย การบำบัดครอบครัวนั้นสำคัญมาก โดยจะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบโรคที่ส่งผลต่อครอบครัว ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจลักษณะของโรคและวิธีที่บุคคลในครอบครัวจะช่วยเหลือผู้ป่วยด้วย

 วิธีเพิ่มน้ำหนัก แผนการรักษาโรคนี้จะครอบคลุมคำแนะนำในการรรับประทานอาหารเพื่อเพิ่มน้ำหนักตัวอย่างปลอดภัย โดยแพทย์จะให้ผู้ป่วยเริ่มรับประทานอาหารในปริมาณน้อย และค่อย ๆ เพิ่มปริมาณอาหารอย่างช้า ๆ เมื่อร่างกายปรับตัวได้แล้ว

 ยารักษา โรค Anorexia ไม่สามารถรักษาได้ด้วยยาเพียงอย่างเดียว แพทย์มักใช้รักษาควบคู่กับวิธีบำบัด โดยใช้ยาเพื่อรักษาภาวะทางจิตอื่น ๆ ที่เกิดขึ้นร่วมด้วย เช่น โรคย้ำคิดย้ำทำ หรือโรคซึมเศร้า ยาที่ใช้รักษาผู้ป่วย Anorexia ได้แก่ ยากลุ่มเอสเอสอาร์ไอ และยาโอแลนซาปีน

โรคล้วงคอ หรือ บูลิเมีย (Bulimia)

ผู้ป่วยจะรับประทานอาหารปริมาณมากตามด้วยการกำจัดอาหารที่เพิ่งรับประทานเข้าไปเพื่อไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น โรค Bulimia เกิดขึ้นได้กับคนทุกเพศทุกวัย แต่พบได้บ่อยในกลุ่มวัยรุ่นเพศหญิง

อาการที่อาจเป็นได้ของโรค Bulimia

  • รับประทานอาหารปริมาณมากในช่วงเวลาสั้น ๆ
  • จำกัดปริมาณอาหาร
  • ล้วงคอเพื่อให้อาเจียน
  • ออกกำลังกายอย่างหักโหม
  • ใช้ยาระบาย ยาขับปัสสาวะ
  • ใช้อาหารเสริมหรือผลิตภัณฑ์สมุนไพรเพื่อลดน้ำหนัก
  • กังวลว่าน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้น
  • หมกมุ่นอยู่กับน้ำหนักและรูปร่าง
  • มีความคิดแง่ลบต่อภาพลักษณ์ของตัวเอง
  • ควบคุมพฤติกรรมการรับประทานอาหารไม่ได้
  • สภาวะอารมณ์เปลี่ยนไปจากปกติ เช่น รู้สึกเครียด หรือวิตกกังวล
  • ประจำเดือนมาผิดปกติ

สาเหตุของ Bulimia

ในทางการแพทย์ปัจจุบันยังคงไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของโรค Bulimia แต่โรคนี้อาจเกิดจากปัจจัยต่าง

  • อายุ : มักพบมากในช่วงวัยรุ่นตอนปลายจนถึงช่วงผู้ใหญ่ตอนต้น
  • เพศ: เพศหญิงมีโอกาสเป็นโรค Bulimia มากกว่าเพศชาย
  • พันธุกรรม : ผู้ที่มีประวัติบุคคลในครอบครัว (โดยเฉพาะญาติสายตรงลำดับที่ 1) ป่วยเป็นโรคผิดปกติเกี่ยวกับการกิน เป็นโรคซึมเศร้า ติดสุรา หรือติดยาเสพติด
  • สภาวะทางร่างกาย ภาวะขาดสารสื่อประสาทเซโรโทนินในสมอง หรือการมีน้ำหนักตัวมากในวัยเด็กและวัยรุ่นก็อาจเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดโรคนี้ได้
  • สภาวะทางจิตใจ สภาวะอารมณ์และปัญหาสุขภาพจิตบางอย่าง เสี่ยงป่วยเป็นโรค Bulimia ได้ เช่น ความเครียด โรควิตกกังวล
  • การเผชิญสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความเครียดหรือส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจ เช่น การถูกคุกคามทางเพศ
  • ค่านิยมตามสื่อต่าง ๆ สื่อโทรทัศน์ อินเทอร์เน็ต
  • อาชีพ นักกีฬา นักแสดง นักเต้น หรือนางแบบ เป็นกลุ่มอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากผู้ฝึกสอนหรือผู้ปกครองอาจคอยกระตุ้นให้ลดน้ำหนัก

ระดับความรุนแรงของโรค Bulimia

  • ระดับไม่รุนแรง: 1-3 ครั้ง/สัปดาห์
  • ระดับปานกลาง: 4-7 ครั้ง/สัปดาห์
  • ระดับรุนแรง: 8-13 ครั้ง/สัปดาห์
  • ระดับรุนแรงมาก: มากกว่า 13 ครั้ง/สัปดาห์

ภาวะแทรกซ้อนของโรค Bulimia
คนที่ประสบกับปัญหา Eating Disorder โรคบูลิเมียมัก ได้รับผลกระทบที่ส่งผลต่อร่างกายและจิตใจ มีตั้งแต่อาการเล็กน้อยถึงขั้นตรายต่อชีวิต ซึ่งผลแทรกซ้อนหรืออันตรายจากโรคบูลิเมียมีผลจากการได้รับสารอารที่ไม่ครบถ้วน จากการล้วงคอ รวมไปถึงการใช้ยาระบาย ยาขับปัสสาวะ และยาลดความอ้วนเป็นประจำอีกด้วยค่ะ

  • ผิวพรรณแห้งเหี่ยวย่น
  • รู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ
  • ผมร่วง เล็บไม่แข็งแรง หักง่าย
  • ประจำเดือนมาไม่ปกติ ประจำเดือนไม่มา
  • ปากแห้ง ต่อมน้ำลายอักเสบทำให้ใบหน้าดูบวม
  • มีแผลในกระเพาะอาหารเนื่องจากกรดจากกระเพาะอาหารที่เกิดจากการล้วงคออาเจียน
  • เยื่อบุหลอดอาหารและกระเพาะอาหารอาจฉีกขาด รวมไปถึงอาจมีเลือดออกในทางเดินอาหาร เนื่องจากการอาเจียนบ่อย ๆ
  • มีกลิ่นปาก ฟันผุ และปัญหาสุขภาพเหงือกและช่องปากอื่น ๆ เนื่องจากกรดในกระเพาะอาหารที่เกิดจากการล้วงคออาเจียน
  • ท้องผูก กล้ามเนื้อลำไส้ได้รับความเสียหาย เนื่องจากการใช้ยาระบายเป็นประจำ

การรักษาบูลิเมีย

ในการรักษาโรค Bulimia นั้น อาจจำเป็นต้องใช้วิธีรักษาร่วมกันมากกว่า 1 วิธี ซึ่งการรักษาด้วยการฟื้นฟูสภาพจิตร่วมกับการใช้ยาต้านเศร้า

  • การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioral Therapy)  วิธีนี้จะโฟกัสไปที่ทัศนคติที่จะส่งผลต่อพฤติกรรมของผู้ป่วย โดยนักบำบัดจะช่วยปรับความคิดของผู้ป่วย ซึ่งจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมนั่นเอง
  • การบำบัดสัมพันธภาพระหว่างบุคคล (Interpersonal Therapy)  วิธีนี้เชื่อว่า ความสัมพันธ์ต่อผู้คนรอบข้างและสิ่งแวดล้อมภายนอกมีอิทธิพลต่อสุขภาพจิต นักจิตบำบัดจึงจะพิจารณาความสัมพันธ์กับบุคคลรอบข้างของผู้ป่วยและหาวิธีแก้ไขพฤติกรรมหรือความคิดดังกล่าวได้อย่างไร
  • การบำบัดแบบครอบครัว (Family-Based Therapy) ในกรณีที่ผู้ป่วย Anorexia ยังมีอายุน้อย การบำบัดครอบครัวนั้นสำคัญมาก โดยจะมุ่งเน้นไปที่ผลกระทบโรคที่ส่งผลต่อครอบครัว ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจลักษณะของโรคและวิธีที่บุคคลในครอบครัวจะช่วยเหลือผู้ป่วยด้วย
  • การใช้ยารักษา การใช้ยาต้านเศร้าควบคู่กับการพูดคุยบำบัดทางจิตอาจช่วยลดอาการของโรค Bulimia ได้ : ยาฟลูอ็อกซีทีน (Fluoxetine) ซึ่งเป็นยาต้านซึมเศร้าในกลุ่ม SSRI (Selective Serotonin Reuptake Inhibitors)
  • โภชนศึกษา แพทย์และนักโภชนาการอาจช่วยวางแผนการรับประทานอาหารที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีน้ำหนักตัวเป็นปกติ

—————————————————————————————————————

หากมีอาการที่แปลกไปกว่าปกติ สามารถการเช็กอาการป่วยเบื้องต้นด้วย Agnos จะเป็นตัวเลือกสำคัญที่ทำให้คุณรู้แนวทาง และวางแผนเพื่อป้องกันเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่จะเกิดขึ้น

สามารถเช็คอาการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพร่างกายและจิตใจได้ฟรีที่ Agnos

อ้างอิง

https://www.pobpad.com/bulimia-%E0%B8%9A%E0%B8%B9%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B8%A2

https://absolute-health.org/th/blog/post/bulimia-nervosa.html

https://www.amara-clinic.com/bulimia-nervosa/

https://www.pobpad.com/anorexia-%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%81%E0%B9%80%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%A2#:~:text=Anorexia%20(%E0%B8%AD%E0%B8%B0%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%80%E0%B8%A3%E0%B9%87,%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%89%E0%B8%B3%E0%B8%AB%E0%B8%99%E0%B8%B1%E0%B8%81%E0%B9%81%E0%B8%A5%E0%B8%B0

http://biology.ipst.ac.th/?p=921

https://www.rattinan.com/anorexia/

บทความที่เกี่ยวข้อง

ดูทั้งหมด
article-cover
  • Depression
  • โรคซึมเศร้า
  • +1

โรคซึมเศร้า…ควรเริ่มรักษาอย่างไร เช็กอาการเบื้องต้น และปรึกษาจิตแพทย์ที่ไหนดี?

เริ่มทำแบบทดสอบโรคซึมเศร้า เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าระดับความรุนแรงนี้.. ควรเริ่มรักษายัง? รักษาโรคซึมเศร้า อย่างไรได้บ้าง จิตแพทย์กับนักจิตวิทยา ต่างกันยังไง? แนะนำที่รักษาโรคซึมเศร้า ก่อนอื่นอยากให้รู้กันก่อนว่า คำว่า “โรค” บ่งว่าเป็นความผิดปกติทางการแพทย์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาเพื่อให้อาการทุเลา ต่างจากภาวะอารมณ์เศร้าตามปกติธรรมดาที่ถ้าเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวคลี่คลายลง หรือมีคนเข้าใจเห็นใจ อารมณ์เศร้านี้ก็อาจหายได้ คนที่เป็นโรคซึมเศร้านอกจากมีอารมณ์ซึมเศร้าร่วมกับอาการต่างๆ แล้

article-cover
  • mental health

ความเครียด ! ภัยเงียบวัยทำงาน อันตรายมากกว่าที่คิด !

ความเครียดและการทำงาน อาจเป็นของที่มาคู่กันเสมอ แต่หากความเครียดนั้นมีมากจนเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งร่างกายและจิตใจของเราอย่างคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว ! ข้อมูลจากผลสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ของซิกน่า (Cigna) บริษัทประกันสุขภาพระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา เผยว่า คนไทยกว่า 91% คิดว่าและยอมรับว่าตัวเองนั้น อยู่ในภาวะเครียด ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลขนี้บ่งบอกสภาพสังคมการทำงานในประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ตัวเลข 91% นี้ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอีกด้วย โดยค่าเฉ

article-cover
  • mental health

โรคซึมเศร้า…ควรเริ่มรักษาอย่างไร เช็กอาการเบื้องต้น และรักษาที่ไหนดี?

ก่อนอื่นอยากให้รู้กันก่อนว่า คำว่า “โรค” บ่งว่าเป็นความผิดปกติทางการแพทย์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาเพื่อให้อาการทุเลา ต่างจากภาวะอารมณ์เศร้าตามปกติธรรมดาที่ถ้าเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวคลี่คลายลง หรือมีคนเข้าใจเห็นใจ อารมณ์เศร้านี้ก็อาจหายได้ คนที่เป็นโรคซึมเศร้านอกจากมีอารมณ์ซึมเศร้าร่วมกับอาการต่างๆ แล้ว การทำงานหรือการประกอบกิจวัตรประจำวันก็แย่ลงด้วย (rama.mahidol.ac.th) ในวันที่เรารู้สึกเศร้าจนคิดว่าตัวเองจะเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า? อาจมีเรื่องที่คุณอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคซึมเศร้า  หร

article-cover
  • Depression
  • mental health

โรคซึมเศร้า ! กับ 6 เรื่องเข้าใจผิด

ถึงแม้ว่าในสมัยนี้ผู้คนจะเปิดรับ และเข้าใจเกี่ยวกับ โรคซึมเศร้า มากขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า ยังมีอีกหลายๆคนที่ยังมองว่า โรคซึมเศร้า นั้นไม่ได้มีอยู่จริง และเป็นเพียงการคิดไปเองเท่านั้น ! วันนี้ Agnos อยากจะมาบอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับ เรื่องที่คุณอาจจะเข้าใจผิดเกี่ยวกับ โรคซึมเศร้า ! ซึ่งคุณอาจจะรู้อยู่แล้ว หรือไม่รู้ก็เป็นได้ ! เรามาเริ่มกันที่เรื่องแรกกันเลย ~ 1. โรคซึมเศร้า เป็นโรคที่ทำให้เราเศร้าเท่านั้น ไม่ได้มีอาการอื่นๆ เรื่องนี้เป็น เรื่องเข้าใจผิดอย่างแรง อารมณ์เศร้