โรคหน้าร้อนที่เราต้องระวัง !

    วันที่โพสต์:
    feature-image-blurfeature-image

    เขียนโดย

    แชร์บทความ

    share-optionshare-optionshare-optionshare-option

    หน้าร้อน เป็นอีกฤดูกาลที่คึกคักมากเป็นพิเศษในประเทศไทยทั้งปิดเทอมซัมเมอร์ของเด็กๆ การได้ไปทริปเที่ยวทะเล รวมถึงปีใหม่ไทย หรือ วันสงกรานต์

    แต่รู้หรือไม่ว่า หน้าร้อนเนี่ย เป็นอีกหนึ่งฤดูกาลที่ผู้คนอาจจะป่วยจากโรคเหล่านี้มากที่สุดอีกด้วย


    มีโรคอะไรบ้างล่ะ..? วันนี้ Agnos พาไปดูกัน กับ 5 โรคสุดอันตรายที่มาพร้อมหน้าร้อน !


    1. โรคอาหารเป็นพิษ

    เป็นอีกหนึ่งโรคที่ทางประเทศแถบร้อนอย่างเรารู้จักและคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี เชื่อว่าบางคนเนี่ย เป็นอาหารเป็นพิษบ่อยกว่าการเป็นหวัดเสียอีก !

    อาหารเป็นพิษ เกิดจากการกินอาหาร น้ำที่ปนเปื้อนเชื้อโรค หรือ สารพิษเข้าไป โดยส่วนมากจะมีอาการหลังกินอาหารหรือน้ำที่ปนเปื้อนไป 2-6 ชั่วโมง

    อาการของอาหารเป็นพิษ

    อาการทั่วไปของอาหารเป็นพิษ คือ

    • คลื่นไส้
    • อาเจียน
    • ปวดหัว
    • ถ่ายอุจจาระบ่อย หรือเกินวันละ 3 ครั้ง
    • ปวดเมื่อยตามร่างกาย
    • อ่อนเพลีย หิวน้ำ เหนื่อยง่าย เนื่องจากร่างกายขาดน้ำ


    ถึงแม้อาหารเป็นพิษที่หลายๆคนเคยเป็น อาจฟังดูไม่ได้รุนแรงมากนัก และสามารถหายได้เองภายใน 24-48 ชั่วโมง แต่จริงๆแล้วอาหารเป็นพิษก็สามารถมีอาการรุนแรงได้เหมือนกัน


    โรคอาหารเป็นพิษชนิดรุนแรง

    • อาเจียนและถ่ายอุจจาระมากกว่า 8-10 ครั้งต่อวัน
    • มีไข้
    • อ่อนเพลีย ไม่มีแรง ซึม
    • มือเท้าเย็น
    • ปัสสาวะน้อย หรือมีสีเข้ม

    **สำหรับผู้ป่วยเด็ก อาจมีอาการตาโหล ปากแห้ง รวมถึงร้องไห้แบบไม่มีน้ำตา


    อาหารที่ทำให้เสี่ยงเป็น โรคอาหารเป็นพิษ

    • อาหารดิบ หรือสุกๆดิบๆ
    • อาหารหมักดอง หรืออาหารกระป๋องที่อาจไม่ได้มาตราฐาน เช่น กระป๋องรั่ว กระป๋องขึ้นสนิท
    • อาหารที่ผ่านการปรุงแบบไม่สะอาด เช่น ใช้เขียงหั่นผักและผักร่วมกัน
    • อาหารรสจัด
    • อาหารที่มีแมลงวันตอม
    • อาหารข้ามคืน หรือทิ้งระยะเวลาไว้นาน โดยไม่ได้มีการอุ่นก่อน
    • น้ำแข็งจากการผลิตที่ไม่ได้มาตราฐาน


    วิธีการดูแลรักษาอาหารเป็นพิษ

    ส่วนมากอาหารเป็นพิษสามารถหายเองได้ ภายใน 24-48 ชั่วโมงและสามารถรักษาตามอาการได้ โดยไม่ต้องไปหาหมอ

    • กินอาหารที่ปรุงสุก และสะอาด
    • งดอาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เค็มจัด
    • ดื่มน้ำให้มากๆ
    • พักผ่อนให้เพียงพอ
    • หากมีอาการคลื่นไส้ สามารถกินยาแก้คลื่นไส้ได้

    ****ดื่มเกลือแร่ ORS


    เกลือแร่สำหรับคนท้องเสีย ORS VS เกลือแร่นักกีฬา ORT


    ORS  หรือ Oral Rehydration Salt คือเกลือแร่ที่จะช่วยทดแทนการเสียน้ำจากอาการท้องเสีย หรืออาเจียนที่ร่างกายเราสูญเสียไป


    โดยเมื่อเราท้องเสีย หรืออาเจียนบ่อยๆ ร่างกายอาจขาดน้ำและเกลือแร่ จึงจำเป็นต้องดื่มเกลือแร่ ORS เข้ามาทดแทน


    หากไปดื่มเกลือแร่ ORT หรือ Oral Rehydration Therapy สำหรับคนที่ออกกำลังกายแล้ว อาจทำให้ยิ่งมีอาการ หรือไปกระตุ้นอาการท้องเสียเพิ่มมากขึ้นได้ เนื่องจากในตัวเครื่องดื่มเกลือแร่ ORT จะมีปริมาณน้ำตาลและเกลือแร่บางชนิดที่ค่อนข้างสูง จึงอาจทำให้ร่างกายเราดึงน้ำมาในทางเดินอาการมากขึ้น ส่งผลให้กระตุ้นอาการท้องเสีย หรือถ่ายเหลวได้


    2.โรคพิษสุนัขบ้า

    เป็นอีกหนึ่งโรคหน้าร้อนที่หลายๆคนมองว่าไกลตัว แต่จริงๆแล้วอาจใกล้ตัวมากกว่าที่เราคิดนะ !


    โรคพิษสุนัขบ้า (Rabies) เป็นโรคติดเชื้อในระบบประสาท จากสัตว์สู่คน พบได้ในสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม เช่น สุนัข แมว ลิง หรือหนู แต่พบมากในสุนัขและแมว สามารถติดได้ทั้งจากการข่วน การกัด ถูกเลียบริเวณแผลถลอก หรือแม้แต่การกินสัตว์ที่ติดเชื้อ ก็อาจเสี่ยงต่อโรคพิษสุนัขบ้าได้

    นอกจากนี้โรคพิษสุนัขบ้ายังเป็นโรคที่อันตรายถึงชีวิตอีกด้วย และผู้ที่เป็นโรคพิษสุนัขส่วนมากหากไม่ได้รับวัคซีนป้องกัน จะมีโอกาสเสียชีวิตค่อนข้างสูงนั่นเอง


    อาการของโรคพิษสุนัขบ้า

    ผู้ที่ได้รับเชื้อโรคพิษสุนัขบ้า อาจไม่แสดงอาการในช่วงแรก และอาจแสดงอาการ 3 อาทิตย์ หรือ 3 เดือนให้หลัง


    บางรายอาจใช้เวลาเป็นปีกว่าจะมีอาการ เพราะอาการอาจขึ้นอยู่กับขนาดของแผล ตำแหน่งที่ถูกกัด จำนวนแผล ความลึกของแผลและภูมิต้านทานของแต่ละคน


    โดยระยะของอาการโรคพิษสุนัขบ้า แบ่งได้ 3 ระยะคือ

    1. ระยะเริ่มต้น

    ผู้ป่วยอาจมีอาการที่ค่อนข้างทั่วไป คือ มีไข้ ปวดหัว ไม่สบายตัว หนาวสั่น รวมถึงการเบื่ออาหารอีกด้วย

    เนื่องจากอาการเหล่านี้เป็นอาการของโรคไข้หวัด หรือเป็นอาการที่ค่อนข้างทั่วไป ทำให้หลายๆครั้งผู้ป่วยอาจไม่รู้ว่าตัวเองมีความเสี่ยงเป็นโรคพิษสุนัขบ้า


    2.  ระยะที่สอง : มีอาการทางสมอง

    ผู้ป่วยอาจมีอาการกลัวน้ำ หวาดกลัวหรือตกใจเมื่อผู้อื่นมาแตะตัว สับสน อยู่ไม่นิ่ง กระวนกระวาย อาการอาจหนักขึ้นเมื่อมีเสียงดัง


    นอกจากนี้ผู้ป่วยอาจมีอาการชัก รวมถึงอัมพาตร่วมด้วย โดยผู้ป่วยจะมีอาการประมาณ 2-7 วัน


    3.  ระยะที่สาม หรือระยะสุดท้าย

    ผู้ป่วยอาจมีอาการโคม่า จากภาวะหัวใจล้มเหลว หัวใจหยุดเต้น และเสียชีวิตนั่นเอง


    หากโดนกัดควรทำยังไงดี ?

    • ล้างแผลให้สะอาดด้วยน้ำและสบู่หลายๆครั้ง นานอย่างน้อย 15 นาที โดยการล้างแผลควรล้างให้ถึงก้นแผล ควรสำรวจว่าเราโดนกัดกี่แผล และควรล้างให้ครบทุกแผล
    • เช็ดแผลให้แห้ง และใส่ยาฆ่าเชื้อ เช่น ยาพาวิไอโอดีน
    • สังเกตและจดจำลักษณะของสัตว์ที่กัดเรา เพื่อสืบหาเจ้าของและประวัติการฉีดวัคซีนของสัตว์ตัวนั้นๆ
    • หากสัตว์ตาย ควรนำซากสัตว์ไปโรงพยาบาลเพื่อตรวจ
    • ควรไปพบแพทย์ทันที เพื่อรับวัคซีนและการรักษา ควรนำสมุดวัคซีน หรือประวัติการฉีดวัคซีนไปด้วย
    • แพทย์จะฉีดวัคซีนโรคพิษสุนัขบ้า รวมถึงบาดทะยักและยาต้านโรคพิษสุนัขบ้าด้วย โดยวัคซีนพิษสุนัขบ้าจะฉีด 3-5 ครั้ง



    3.ผิวหนังไหม้แดด

    คงเป็นอีกหนึ่งภาวะที่เลี่ยงได้ยากในช่วงหน้าร้อนของประเทศไทย ผิวหนังไหม้แดด เป็นภาวะที่ผิวของเราเกิดการอักเสบ แสบร้อน และแดง ที่เกิดจากการได้รับแสงแดด หรือรังสีอัลตราไวโอเลต (รังสียูวี)

    ผิวไหม้แดดสามารถเกิดจากรังสียูวีเทียมได้เช่นกัน เช่น หลอดไฟยูวี เป็นต้น


    อาการของผิวไหม้แดด

    อาการอาจแสดงเมื่อโดดแดดไปประมาณ 2-6 ชั่วโมง

    • มีอาการแสบผิว รู้สึกเจ็บ
    • ผิวแดง ผิวอักเสบ
    • ผิวลอก
    • ผิวไหม้
    • บางรายอาจมีตุ่มพอง

    นอกจากนี้การอยู่ท่ามกลางแดดเป็นเวลานาน นอกจากจะทำร้ายผิวแล้ว ยังอาจทำให้เกิดการระคายเคืองตา และแสบตาด้วย


    การรักษาและป้องกันผิวไหม้แดด

    โดยทั่วไปผิวไหม้แดดสามารถหายได้เอง ภายใน 1 วัน แต่หาก 2-3 วันยังไม่ดีขึ้น ควรรีบพบแพทย์

    • นำผ้าชุบน้ำเย็นมาประคบลงบนผิว แต่ไม่ควรเป็นน้ำเย็นจัด
    • ทาครีม หรือเจลว่านหางจรเข้ เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นแก่ผิว
    • ทาครีมกันแดด
    • ไม่ควรขัดผิว หรือถูแรงๆ
    • ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ
    • หากมีตุ่มพองขึ้น ควรปล่อยให้มันแตกหรือหายเอง และล้างทำความสะอาดแผลให้สะอาด
    • หลีกเลี่ยงแดด และอยู่ในที่ร่ม
    • ใส่เสื้อผ้าที่ไม่บางจนเกินไป และสามารถป้องกันผิวของเรา จากแสงยูวีได้


    4.โรคอุจจาระร่วง

    โรคอุจจาระ (Diarrhoeal Diseases) อาจเกิดจากที่เราได้รับเชื้อโรค (เชื้อแบคทีเรีย เชื้อไวรัส และโปรโตซัวหนอนพยาธิ) เข้าไปในร่างกาย โดยอาจผ่านอาหาร น้ำที่เรากินเข้าไป รวมถึงการไม่ล้างมือก่อนกินอาหารด้วย


    อาการของโรคอุจจาระร่วง

    • ถ่ายเหลวมากกว่า 3 ครั้งขึ้นไป
    • อาเจียน คลื่นไส้
    • ไม่สามารถกินอาหารได้
    • อาจมีไข้
    • ปวดตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ
    • รู้สึกหิวน้ำมาก
    • ปวดท้อง

    ***หากมีไข้ หรือมีปวดท้องรุนแรงมากกว่า 2 วันควรรีบพบแพทย์ทันที เพราะอาจทำให้เกิดภาวะเรื้อรังได้


    อุจจาระร่วงแบบเฉียบพลัน :

    • มีอาการอุจจาระร่วงน้อยกว่า 7 วัน
    • อาจเกิดจากโรคทางกระเพาะอาหาร และ ลำไส้อักเสบจากการติดเชื้อไวรัส

    อุจจาระร่วงแบบเรื้อรัง :

    • มีอาการอุจจาระอย่างน้อย 2 อาทิตย์
    • อาจเกิดจากโรคระบบทางเดินอาหาร เช่น โรคลำไส้อักเสบหรือแปรปรวน เป็นต้น

    การรักษาโรคอุจจาระร่วง

    โรคอุจจาระร่วงสามารถหายได้เองภายใน 1  อาทิตย์ เพียงแค่ดื่ม **เกลือแร่ ORS


    เกลือแร่สำหรับคนท้องเสีย ORS VS เกลือแร่นักกีฬา ORT

    ORS  หรือ Oral Rehydration Salt คือเกลือแร่ที่จะช่วยทดแทนการเสียน้ำจากอาการท้องเสีย หรืออาเจียนที่ร่างกายเราสูญเสียไป

    โดยเมื่อเราท้องเสีย หรืออาเจียนบ่อยๆ ร่างกายอาจขาดน้ำและเกลือแร่ จึงจำเป็นต้องดื่มเกลือแร่ ORS เข้ามาทดแทน

    หากไปดื่มเกลือแร่ ORT หรือ Oral Rehydration Therapy สำหรับคนที่ออกกำลังกายแล้ว อาจทำให้ยิ่งมีอาการ หรือไปกระตุ้นอาการท้องเสียเพิ่มมากขึ้นได้ เนื่องจากในตัวเครื่องดื่มเกลือแร่ ORT จะมีปริมาณน้ำตาลและเกลือแร่บางชนิดที่ค่อนข้างสูง จึงอาจทำให้ร่างกายเราดึงน้ำมาในทางเดินอาการมากขึ้น ส่งผลให้กระตุ้นอาการท้องเสีย หรือถ่ายเหลวได้

    การดูแลตัวเองหากเป็นโรคอุจจาระร่วง

    • กินอาหารอ่อนๆ ย่อยง่าย เช่น ข้ามต้ม หรือโจ๊ก
    • ดื่มเกลือแร่
    • พักผ่อนให้เพียงพอ
    • ไม่ควรใช้ยาหยุดถ่าย เพราะอาจทำให้ลำไส้มีการสะสมแบคทีเรียไว้เป็นเวลานาน


    5.โรคลมแดด

    โรคลมแดด หรือ Heat stroke คือภาวะที่ร่างกายของเรา มีอุณหภูมิมากกว่า 40 องศาเซลเซียส แน่นอนว่าเกิดจากการที่ไปอยู่ในที่ๆมีอุณหภูมิ และร่างกายไม่สามารถขับความร้อนออก หรือปรับให้อุณหภูมิลดลงได้ เป็นภาวะที่อาจทำให้เราเสียชีวิตได้อีกด้วย


    สาเหตุของและปัจจัยที่ทำให้เกิด โรคลมแดด

    • อยู่ในที่ๆร้อนจัด
    • การใส่เสื้อผ้าที่ไม่สามารถระบายเหงื่อ หรือความร้อนได้ดี
    • การออกกำลังกายอย่างหนัก
    • การดื่มน้ำน้อย หรือร่างกายอยู่ในภาวะขาดน้ำ
    • การกินอาหารน้อย
    • การดื่มแอลกอฮอล์


    อาการของ โรคลมแดด

    • ตัวร้อน หรืออุณหภูมิในร่างกายสูงกว่า 40 องศาเซลเซียส
    • มีความผิดปกติในการสื่อสาร เช่น พูดช้า พูดไม่รู้เรื่อง หรือเพ้อ
    • สับสน
    • ชัก
    • ลุกลี้ลุกลน
    • หมดสติ
    • คลื่นไส้ อาเจียน
    • เหนื่อย หายใจเร็ว หัวใจเต้นเร็ว
    • ปัสสาวะสีเข้ม
    • อาจเกิดอาการไตวายได้

    โดยผู้ป่วยบางรายอาจมีตัวที่ร้อนจัด แต่ไม่มีเหงื่อออก เนื่องจากต่อมเหงื่อทำงานผิดปกตินั่นเอง


    วิธีรักษาโรคลมแดด

    หากรู้สึกเหมือนว่าเริ่มมีอาการเวียนหัว รู้สึกร้อน หรือจะเป็นลมท่ามกลางแดด ควรรีบหลบมาในที่ร่ม

    • หากสวมเสื้อคลุม ควรถอดออก
    • ดื่มน้ำ หรือเกลือแร่
    • นำน้ำมาพรมตามข้อพับ หรือขาหนีบ
    • เปิดพัดลม หรือแอร์


    ถ้าทราบว่าตัวเอง หรือคนใกล้ตัว อยู่ในกลุ่มเสี่ยงต่อโรคลมแดด เช่น มีโรคประจำตัว สูงอายุ ทานยาที่มีความเสี่ยง รูปร่างอ้วน ควรสังเกตอาการตัวเองและคนรอบข้างอย่างสม่ำเสมอ

    ถ้าเริ่มมีอาการที่เข้าได้กับโรคลมแดด ควรรีบปฐมพยาบาลตนเองเบื้องต้น รีบไปโรงพยาบาลทันที หรือโทรเบอร์ 1669 ก่อน (หากอาศัยอยู่ในกทม. โทร 1646)


    หน้าร้อนนี้ Agnos ขอให้ทุกคนได้เที่ยว ได้พักผ่อนจากการทำงานหนักบ้าง แต่อย่าลืม หน้าร้อนก็มักจะนำโรคตามฤดูมาด้วย


    หากใครมีอาการที่กังวลใดๆ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Agnos เพื่อวิเคราะห์อาการ ทั้งทางกายและทางใจได้ ฟรี !




    อ้างอิง : https://www.sikarin.com/health/oral-rehydration-salt

    https://www.sikarin.com/health/

    https://www.agnoshealth.com/articles/5disease-summer

    https://chulalongkornhospital.go.th/kcmh/line/

    https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/579

    https://www.pobpad.com/%E0%B8%9C%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%84%E0%B8%AB%E0%B8%A1%E0%B9%89%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%94-sunburn

    https://www.petcharavejhospital.com/th/Article/article_detail/Diarrhoeal_Diseases

    https://www.agnoshealth.com/articles/5disease-summer



    แพทย์สาขาที่เกี่ยวข้อง

    doctorImage
    [object Object] icon

    0

    [object Object] icon

    45

    [object Object] icon

    0

    อุเทน โพธิ์ทัย

    หมออายุรกรรม

    location icon

    ห่างจากจุดที่คุณเลือก - กม. โรงพยาบาลเกษมราษฎร์ อินเตอร์เนชั่นแนล อรัญประเทศ

    ดูรายละเอียดแพทย์

    doctorImage
    [object Object] icon

    0

    [object Object] icon

    83

    [object Object] icon

    0

    ธาดา กีรตวนิชเสถียร

    หมออายุรกรรม

    location icon

    ห่างจากจุดที่คุณเลือก - กม. โรงพยาบาลมหาชัย

    ดูรายละเอียดแพทย์

    doctorImage
    [object Object] icon

    1

    [object Object] icon

    51

    [object Object] icon

    0

    อัมพา สุทธิจำรูญ

    หมออายุรกรรม

    location icon

    ห่างจากจุดที่คุณเลือก - กม. โรงพยาบาลพญาไท 1

    ดูรายละเอียดแพทย์

    doctorImage
    [object Object] icon

    1

    [object Object] icon

    106

    [object Object] icon

    0

    สุมนา อร่ามเรือง

    หมออายุรกรรม

    location icon

    ห่างจากจุดที่คุณเลือก - กม. โรงพยาบาลวิภาวดี

    ดูรายละเอียดแพทย์

    doctorImage
    [object Object] icon

    1

    [object Object] icon

    159

    [object Object] icon

    0

    สยาม บัวกิ่งทอง

    หมออายุรกรรม

    location icon

    ห่างจากจุดที่คุณเลือก - กม. โรงพยาบาลพญาไท 3

    ดูรายละเอียดแพทย์

    [object Object] icon

    0

    [object Object] icon

    159

    [object Object] icon

    0

    กิตติศักดิ์ ตั้งจิตตรง

    หมออายุรกรรม

    location icon

    ห่างจากจุดที่คุณเลือก - กม. โรงพยาบาลพญาไท 2

    ดูรายละเอียดแพทย์

    doctorImage
    [object Object] icon

    0

    [object Object] icon

    251

    [object Object] icon

    0

    ณัฐพล อุฬารศิลป์

    หมอระบบประสาท

    + 2

    location icon

    ห่างจากจุดที่คุณเลือก - กม. โรงพยาบาลพญาไท 2

    ดูรายละเอียดแพทย์

    doctorImage
    [object Object] icon

    1

    [object Object] icon

    73

    [object Object] icon

    0

    ทวิช เกียรติเลิศพงศา

    หมออายุรกรรม

    location icon

    ห่างจากจุดที่คุณเลือก - กม. โรงพยาบาลพญาไท 2

    ดูรายละเอียดแพทย์

    doctorImage
    [object Object] icon

    2

    [object Object] icon

    144

    [object Object] icon

    0

    ธนารักษ์ สถาพรวรศักดิ์

    หมออายุรกรรม

    location icon

    ห่างจากจุดที่คุณเลือก - กม. โรงพยาบาลพญาไท 2

    ดูรายละเอียดแพทย์

    doctorImage
    [object Object] icon

    0

    [object Object] icon

    59

    [object Object] icon

    0

    ธนันดา ตระการวนิช

    หมออายุรกรรม

    + 1

    location icon

    ห่างจากจุดที่คุณเลือก - กม. โรงพยาบาลพญาไท 3

    ดูรายละเอียดแพทย์

    บทความที่เกี่ยวข้อง

    ดูทั้งหมด
    article-cover
    • ท้อง, ทางเดินอาหาร, การขับถ่าย
    • ลำไส้อักเสบ (Non-bacterial gastroenteritis)

    ลำไส้อักเสบ (Non-bacterial gastroenteritis)

    ลำไส้อักเสบ ต้องไปหาหมอเลยไหม? ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ลำไส้อักเสบ ที่การอักเสบไม่ได้เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย ส่วนใหญ่เกิดจากเชื้อไว้รัส การติดเชื้อสามารถทำให้มีอาการท้องเสีย และ อาเจียนได้ ลำไส้อักเสบสามารถเกิดได้ทั้งในผู้ใหญ่และเด็ก สาเหตุของการติดเชื้อมาจาการสัมผัสที่ติดเชื้อมาก่อนหรือพื้นผิวสิ่งของต่างๆที่มีเชื้อโรคอยู่ แล้วไม่ได้ล้างมือจนเป็นสาเหตุทำให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายได้ หรือการติดเชื้ออีกทางเกิดจากการทานอาหารที่มีเชื้อโรคอยู่โดยตรง อาการของโรค การติดเชื้อในลำไส้ทำให้มีอาการท

    article-cover
    • Health Check up
    • โรคเสี่ยง

    ทำไมควรตรวจสุขภาพทุกปี ส่องโรคเสี่ยงของคนวัย 30 รู้ก่อน รักษาได้!

    เราลองมานึกย้อนกลับไปดูกันหน่อยว่า…เราตรวจสุขภาพครั้งล่าสุดเมื่อไหร่กัน?  เพิ่งตรวจมาเลย สามเดือน หกเดือน หรือปีนึง?   อย่างที่เรารู้กันว่า คนเราปกติแล้ว ควรจะตรวจสุขภาพ ปีละ 1-2 ครั้งและหากถามว่า “ทำไมเราต้องตรวจสุขภาพประจำปี” หล่ะก็ คำตอบง่ายๆ คงจะเป็น  เพื่อให้แน่ใจว่า ในร่างกายของเรา ไม่ได้มีความผิดปกติใดๆซ้อนอยู่ และหากมันมีความผิดปกติใดๆ ซ้อนอยู่ในร่างกายเรา มันคงจะเป็นเรื่องที่ดี ถ้าเราเจอและสามารถรักษามันได้ทันเวลา หากใครคิดว่า แต่เราก็ไม่ได้มีอาการเจ็บป่วยอะไรเลยหนิ ไม่ปวดหัว ไม่ปวดท

    article-cover
    • News
    • UMSC
    • +1

    Agnos Health เข้าพบรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร อัปเดตความคืบหน้าโครงการ “ระบบการแพทย์ในยุค 4.0”

    วันที่ 17 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ทีม Agnos Health เข้าพบ รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร รศ.ดร.ทวิดา กมลเวชช เพื่อรายงานความคืบหน้าและผลลัพธ์ของโครงการที่ดำเนินการร่วมกับกรุงเทพมหานคร การเข้าพบในครั้งนี้สืบเนื่องจากการนำเสนอ “นโยบายระบบการแพทย์ในยุค 4.0” ภายในสภาเมืองคนรุ่นใหม่ ซึ่งได้ต่อยอดสู่การทำงานร่วมกับ สำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร และ ศูนย์สนับสนุนบริการสุขภาพเวชศาสตร์เขตเมือง (UMSC) โดยนำระบบคัดกรองโรคด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) ให้บริการผู้ป่วยผ่าน LINE Official Account ของโรงพยาบาลนำร่อง 3 แห่ง

    article-cover
    • Pruksa
    • AI
    • +1

    Agnos health ผู้ชนะ โครงการ Accelerate Impact with Pruksa จับมือกับ สำนักการแพทย์ กทม. ให้บริการคัดกรองโรคด้วย AI ผ่าน LINE OA โรงพยาบาลรัฐ

    Agnos Health (แอ็กนอสเฮลท์) สตาร์ทอัป เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์ (AI) ทางการแพทย์ หนึ่งใน 4 ทีมจากโครงการ Accelerate Impact with Pruksa ที่สนับสนุนบริษัทในประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจเพื่อสังคม ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของ Agnos ที่ต้องการยกระดับการเข้าถึงบริการสุขภาพของคนไทย ผ่านการใช้เทคโนโลยี AI โดย บริษัท ได้รับทุนสนับสนุนจาก พฤกษา โฮลดิ้ง ในการขยายผล อีกทั้งได้รับการอบรมให้ความรู้จากผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เพื่อต่อยอดธุรกิจให้ตอบโจทย์สังคมมากยิ่งขึ้น Agnos Health ร่วมมือกับ สำนักการแพท