What Causes มาลาเรีย (Malaria) Disease, and What are the Initial Treatment Methods?


Written by
ภัยร้ายมาพร้อมฝน โรคมาลาเรีย
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
โรคมาลาเรียเกิดจากเชื้อโปรโตซัวชนิดหนึ่งชื่อพลาสโมเดียม (Plasmodium spp.) เชื้อนี้จะอาศัยอยู่ในเม็ดเลือดแดง คนเราติดเชื้อมาลาเรียได้จาก การถูกยุงก้นปล่องที่มีเชื้อกัด เมื่อถูกกัดแล้ว เชื้อจะเข้าสู่ร่างกาย และ อยู่ในระยะฟักตัวประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 2 เดือน หลังจากนั้นผู้ป่วยจะเริ่มมีไข้สูง หนาวสั่น ถ้าไม่ได้รักษา อาการจะรุนแรงขึ้น มีตาเหลืองตัวเหลือง ไตวาย เกิดภาวะมาลาเรียขึ้นสมอง และทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มักอาศัยอยู่บริเวณชายป่า ชายเขา หรือไปท่องเที่ยวในป่า เพราะยุงก้นปล่องเป็นยุงที่อยู่ในป่า
อาการของโรค
- มีไข้สูง หนาวสั่น โดยไข้อาจจะเป็นทุกวัน, วันเว้นวัน, หรือ วันเว้นสองวันก็ได้
- เหงื่อออกมาก
- ปวดศีรษะ
- คลื่นไส้ อาเจียน หรือ ท้องร่วง
- ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
- ตัวเหลืองตาเหลือง ตับโตกดเจ็บ (เจ็บใต้ชายโครงขวา) มักเกิดหลังเริ่มมีไข้ 3-4 วัน มาลาเรียโดยทั่วไป จะไม่มีอาการรุนแรงมากนัก ยกเว้นมาลาเรียชนิด Plasmodium falciparum อาจจะมีภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรงได้ คือ มาลาเรียขึ้นสมอง และภาวะช็อกจากมาลาเรีย
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
แพทย์จะวินิจฉัยโดยการซักประวัติอาการ และ ประวัติการเดินทางของผู้ป่วย โดยเฉพาะประวัติเดินทางไปป่า การตรวจร่างกาย และ ตรวจเลือดหาเชื้อ โดยส่วนใหญ่แพทย์จะใช้การตรวจเลือด ที่เรียกว่า Thick Smear และ Thin Smear เป็นการนำเลือดไปย้อมสีพิเศษ เพื่อให้สามารถส่องกล้องจุลทรรศน์เห็นตัวเชื้อมาลาเรียได้ นอกจากนั้นยังมีการตรวจอื่น ๆ เพื่อช่วยในการประเมินความรุนแรงของโรค ได้แก่
- ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count: CBC)
- ตรวจการทำงานของตับ และไต
- การตรวจยีน (Gene) หาชนิดของเชื้อ มีราคาแพงมาก ไม่เป็นที่นิยมใช้ในไทย
แนวทางการดูแลรักษา
มาลาเรียรักษาได้ หากได้รับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างทันท่วงที แพทย์จะรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล ให้การดูแลประคับประคองอาการ รวมทั้งบำบัดรักษาภาวะแทรกซ้อน และ ให้ยาฆ่าเชื้อมาลาเรีย ซึ่งการเลือกชนิดของยาหรือ รูปแบบการให้ยาจะประกอบไปด้วยหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น ชนิดของโปรโตซัว ความรุนแรงของอาการ อายุของผู้ป่วย การตั้งครรภ์ รวมไปถึงการดื้อยา
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ, กุมารแพทย์ โรคติดเชื้อ กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี
ข้อควรระวัง
ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตของมาลาเรีย ได้แก่
- ภาวะโลหิตจาง (Anemia) จากเซลล์เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย
- มาลาเรียขึ้นสมอง (Cerebral Malaria) ทำให้หลอดเลือดในสมองบวม ซึ่งสร้างความเสียหายให้สมองได้อย่างถาวร
- น้ำท่วมปอด (Pulmonary Edema) เกิดการสะสมของเหลวในปอดทำให้หายใจเหนื่อย และอาจเกิดภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลันได้
- อวัยวะภายในล้มเหลว เช่น ตับ ไต หรือม้าม
- อาการช็อก เนื่องจากความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากสังเกตว่าผู้ป่วยมีอาการที่สงสัยมาลาเรีย ร่วมกับมีอาการ
- หอบเหนื่อย
- ตัวหรือตาเหลือง
- ปัสสาวะออกน้อย
- เยื่อบุตาซีด
- เหงื่อแตกตัวเย็น
- ปวดศีรษะมาก
- ชักเกร็ง ซึมลง อาการใดอาการหนึ่ง ควรรีบพามาโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที






