What Causes มาลาเรีย (Malaria) Disease, and What are the Initial Treatment Methods?

Post date:
feature-image-blurfeature-image

Written by

Share article

share-optionshare-optionshare-optionshare-option

ภัยร้ายมาพร้อมฝน โรคมาลาเรีย

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

โรคมาลาเรียเกิดจากเชื้อโปรโตซัวชนิดหนึ่งชื่อพลาสโมเดียม (Plasmodium spp.) เชื้อนี้จะอาศัยอยู่ในเม็ดเลือดแดง คนเราติดเชื้อมาลาเรียได้จาก การถูกยุงก้นปล่องที่มีเชื้อกัด เมื่อถูกกัดแล้ว เชื้อจะเข้าสู่ร่างกาย และ อยู่ในระยะฟักตัวประมาณ 2 สัปดาห์ถึง 2 เดือน หลังจากนั้นผู้ป่วยจะเริ่มมีไข้สูง หนาวสั่น ถ้าไม่ได้รักษา อาการจะรุนแรงขึ้น มีตาเหลืองตัวเหลือง ไตวาย เกิดภาวะมาลาเรียขึ้นสมอง และทำให้เสียชีวิตได้ ผู้ที่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคนี้มักอาศัยอยู่บริเวณชายป่า ชายเขา หรือไปท่องเที่ยวในป่า เพราะยุงก้นปล่องเป็นยุงที่อยู่ในป่า

อาการของโรค

  • มีไข้สูง หนาวสั่น โดยไข้อาจจะเป็นทุกวัน, วันเว้นวัน, หรือ วันเว้นสองวันก็ได้
  • เหงื่อออกมาก
  • ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้ อาเจียน หรือ ท้องร่วง
  • ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • ตัวเหลืองตาเหลือง ตับโตกดเจ็บ (เจ็บใต้ชายโครงขวา) มักเกิดหลังเริ่มมีไข้ 3-4 วัน มาลาเรียโดยทั่วไป จะไม่มีอาการรุนแรงมากนัก ยกเว้นมาลาเรียชนิด Plasmodium falciparum อาจจะมีภาวะแทรกซ้อนอย่างรุนแรงได้ คือ มาลาเรียขึ้นสมอง และภาวะช็อกจากมาลาเรีย

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

แพทย์จะวินิจฉัยโดยการซักประวัติอาการ และ ประวัติการเดินทางของผู้ป่วย โดยเฉพาะประวัติเดินทางไปป่า การตรวจร่างกาย และ ตรวจเลือดหาเชื้อ โดยส่วนใหญ่แพทย์จะใช้การตรวจเลือด ที่เรียกว่า Thick Smear และ Thin Smear เป็นการนำเลือดไปย้อมสีพิเศษ เพื่อให้สามารถส่องกล้องจุลทรรศน์เห็นตัวเชื้อมาลาเรียได้ นอกจากนั้นยังมีการตรวจอื่น ๆ เพื่อช่วยในการประเมินความรุนแรงของโรค ได้แก่

  • ตรวจความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด (Complete Blood Count: CBC)
  • ตรวจการทำงานของตับ และไต
  • การตรวจยีน (Gene) หาชนิดของเชื้อ มีราคาแพงมาก ไม่เป็นที่นิยมใช้ในไทย

แนวทางการดูแลรักษา

มาลาเรียรักษาได้ หากได้รับการวินิจฉัยและการรักษาอย่างทันท่วงที แพทย์จะรับผู้ป่วยไว้รักษาในโรงพยาบาล ให้การดูแลประคับประคองอาการ รวมทั้งบำบัดรักษาภาวะแทรกซ้อน และ ให้ยาฆ่าเชื้อมาลาเรีย ซึ่งการเลือกชนิดของยาหรือ รูปแบบการให้ยาจะประกอบไปด้วยหลายปัจจัยด้วยกัน เช่น ชนิดของโปรโตซัว ความรุนแรงของอาการ อายุของผู้ป่วย การตั้งครรภ์ รวมไปถึงการดื้อยา

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

อายุรแพทย์โรคติดเชื้อ, กุมารแพทย์ โรคติดเชื้อ กรณีอายุน้อยกว่า 15 ปี

ข้อควรระวัง

ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงและเป็นอันตรายถึงชีวิตของมาลาเรีย ได้แก่

  • ภาวะโลหิตจาง (Anemia) จากเซลล์เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย
  • มาลาเรียขึ้นสมอง (Cerebral Malaria) ทำให้หลอดเลือดในสมองบวม ซึ่งสร้างความเสียหายให้สมองได้อย่างถาวร
  • น้ำท่วมปอด (Pulmonary Edema) เกิดการสะสมของเหลวในปอดทำให้หายใจเหนื่อย และอาจเกิดภาวะการหายใจล้มเหลวเฉียบพลันได้
  • อวัยวะภายในล้มเหลว เช่น ตับ ไต หรือม้าม
  • อาการช็อก เนื่องจากความดันโลหิตลดลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นหากสังเกตว่าผู้ป่วยมีอาการที่สงสัยมาลาเรีย ร่วมกับมีอาการ
  • หอบเหนื่อย
  • ตัวหรือตาเหลือง
  • ปัสสาวะออกน้อย
  • เยื่อบุตาซีด
  • เหงื่อแตกตัวเย็น
  • ปวดศีรษะมาก
  • ชักเกร็ง ซึมลง อาการใดอาการหนึ่ง ควรรีบพามาโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อรับการรักษาอย่างทันท่วงที

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://www.siphhospital.com/th/news/article/share/573

Related Forums

View all

Male | Age 21 Year

มาลาเรีย (Malaria)

  • ไข้
  • แสบท้อง
  • จุกแน่นท้อง
  • +4

ไม่น่าใช่ไข้มาลาเรียครับผมไปหาหมอมาตรวจเลือดเอ็กสเรย์ปอดวัดแรงเคลื่อนหัวใจปกติทุกอย่างหมอบอกว่าวินิฉัยโรคไม่ได้ อาการคือ ตัวร้อนง่ายถ้าเจออากาศร้อนต่อให้อยู่ในที่ร่ม ตัวก็ร้อนยิ่งอยู่กลางแดดหรืออยู่ในที่อบอ้าวตัวยิ่งร้อนวัดอุณหภูมิได้ 38-39 + ตลอดทุกครั้งที่รู้สึกว่าตัวร้อน เหงื่อออกน้อยจนร่างกายระบายความร้อนไม่ทันเคยอยู่กลางแดดแล้วหน้าจะมืดหู้วิ้งเลยเข้าเต้นพยาบาลเช็ดตัวด้วยน้ำเย็นและคลูแพ็ค เช็ดสักพักอุณหภูมิร่างกายก็ลด ส่วนมากมีอาการแค่ตัวร้อนอย่างเดียวไม่มีไข้ แต่ล่าสุดเจออากาศร้อนมากจนปวดท้องปวดหัวแต่ปวดน้อยๆไม่ปวดมากปวดแค่รู้สึกว่าปวด แต่ทนได้ (ผมเป็นทหารใหม่แต่เพราะเรื่องตัวร้อนเหงื่อออกน้อยเลยไม่ค่อยได้ฝึกกับเพื่อนเพราะเขากลัวเป็นฮีทสโตก) เป็นตั้งแต่เด็ก แต่หมอก็วินิฉัยไม่ได้ ใช้ชีวิตกลางแจ้งลำบากมากครับ

thumbs-up

0

Related Articles

View all
article-cover
  • อื่นๆ
  • โรคฉี่หนู (Leptospirosis (uncomplicated))

โรคฉี่หนู (Leptospirosis (uncomplicated))

โรคฉี่หนู อันตรายที่มากับฝน ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค โรคฉี่หนู หรือ Leptospirosis เป็นโรคติดเชื้อแบคทีเรียจากสัตว์สู่คน เชื้อก่อโรคจะปนออกมากับฉี่ของสัตว์ต่างๆ โดยหนูจะเป็นแหล่งแพร่เชื้อที่สำคัญที่สุด จึงเรียกว่า โรคฉี่หนู แต่อย่างไรก็ตามสัตว์อื่นๆ อย่างเช่น สุนัข วัว ควาย ก็สามารถมีเชื้อ และ แพร่เชื้อมาสู่คนได้เช่นเดียวกัน (เชื้อนี้ไม่ทำให้สัตว์มีอาการป่วย) โดยเชื้อจะถูกขับออกมากับฉี่ของสัตว์เหล่านี้มาอยู่ในดินที่ชื้นแฉะ น้ำท่วมขัง หรือตามสวนไร่นาที่มีน้ำขัง และเชื้อก็จะมีชีวิตอยู่ในสิ่ง

article-cover
  • อื่นๆ
  • น้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)

น้ำตาลในเลือดต่ำ (Hypoglycemia)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค น้ำตาลในเลือดต่ำ คือ ภาวะที่ร่างกายมีระดับน้ำตาลในเลือดน้อยกว่า 70 mg/dl มักทำให้เกิดอาการใจสั่นอ่อนเพลีย ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำนั้นมีโอกาสเกิดขึ้นสูงกับผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ใช้ยาลดน้ำตาลหรือยาฉีดอินซูลิน (Insulin) อาการของโรค ผู้ป่วยแต่ละคนจะมีอาการที่แตกต่างกันไป อาการที่พบได้บ่อย ได้แก่ * เหงื่อแตกตัวเย็น * อ่อนเพลีย ไม่มีแรง * เวียนศีรษะ * ตาพร่ามัว * พูดจาสับสน * หากมีอาการรุนแรง อาจจะชัก หรือหมดสติได้ แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค อาศัยประวัติที่เข้าได้กั

article-cover
  • อื่นๆ
  • ภาวะความเข้มข้นเลือดสูงจากเบาหวาน (Hyperosmolar hyperglycemic state)

ภาวะความเข้มข้นเลือดสูงจากเบาหวาน (Hyperosmolar hyperglycemic state)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค คือภาวะเลือดมีความเข้มข้นสูงจากภาวะน้ำตาลในเลือดเกิน จัดเป็นภาวะฉุกเฉินทางการแพทย์ ที่ต้องได้รับการรักษาในโรงพยาบาลทันที เพราะอาจทำให้หมดสติหรือ เสียชีวิตได้ พบในผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวานชนิดที่ 2 เป็นหลัก อาจเกิดพร้อมกับภาวะเลือดเป็นกรดจากเบาหวาน (Diabetic ketoacidosis) ได้ ปัจจัยกระตุ้นให้ผู้ป่วยเบาหวานเกิดภาวะนี้ เช่น การติดเชื้อ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ตับอ่อนอักเสบ การขาดยาเบาหวาน อุบัติเหตุ การดื่มสุรา ฯลฯ อาการของโรค * ผู้ป่วยซึ่งมักจะซึมลง * เรียกไม่ตอบ

article-cover
  • อื่นๆ
  • ไข้ชิคุนกุนยา (Chikungunya)

ไข้ชิคุนกุนยา (Chikungunya)

ไข้ชิคุนกุนยา vs ไข้เลือดออก ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค โรคชิคุนกุนยา เกิดจากเชื้อไวรัสชื่อ “ชิคุนกุนยาไวรัส” ติดต่อมาสู่คน โดยการถูกยุงลายกัด มีระยะฟักตัว ของโรคหลังจากได้รับเชื้อประมาณ 2–5 วัน มีอาการคล้ายกับไข้เลือดออก ต่างกันที่ ไม่มีการรั่วของพลาสมาออกนอกเส้นเลือด จึงไม่พบผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงมากจนถึงขั้นช็อก อาการของโรค * ไข้สูงเฉียบพลัน โดยมักมีไข้ประมาณ 2-4 วัน หลังจากนั้น ไข้จะลงอย่างรวดเร็ว * ปวดตามข้อ ส่วนใหญ่จะเป็นที่ข้อเล็กๆ เช่น ข้อมือ ข้อเท้า อาการปวดข้อจะพบได้หลายๆ ข้