What Causes ติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด (Trichomonas vaginitis) Disease, and What are the Initial Treatment Methods?

Post date:
feature-image-blurfeature-image

Written by

Share article

share-optionshare-optionshare-optionshare-option

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค

โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวที่มีชื่อว่า Trichomonas vaginalis พบในทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยผู้ชายส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการใดๆแต่สามารถแพร่เชื้อได้ ในขณะที่ผู้หญิงจะมีอาการค่อยข้างชัดเจน ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการแต่หากพบว่ามีการติดเชื้อ ควรรีบรักษาเพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ เชื้อจะยังคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานหลายปีและสามารถติดต่อไปสู่คู่นอนได้ เชื้อนี้มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องคลอดมาก สามารถตรวจพบเชื้อได้ในน้ำอสุจิและน้ำในช่องคลอด จึงถ่ายทอดผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก

อาการของโรค

  • มีตกขาวมากผิดปกติ ตกขาวเป็นฟอง ตกขาวเป็นสีเหลือง หรือเขียว
  • ช่องคลอดมีกลิ่นเหม็น
  • มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดแบบกะปริบกะปรอย
  • บวม แดง คัน หรือรู้สึกแสบบริเวณช่องคลอดและอวัยวะเพศ
  • ปวดปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด
  • เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์

แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค

แพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยการซักประวัติอาการผู้ป่วย ร่วมกับประวัติเพศสัมพันธ์ และประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตรวจร่างกายดูความผิดปกติของอวัยวะเพศภายนอก และตรวจภายใน หลังจากนั้นแพทย์จะเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากช่องคลอดเพื่อนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์ หรือเพาะเชื้อจากตัวอย่างสารในช่องคลอด แพทย์อาจรักษาผู้ป่วยโดยไม่รอผลการตรวจวินิจฉัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ส่วนผู้ป่วยที่พบว่าตนเองติดเชื้อพยาธิในช่องคลอดแน่ชัดแล้ว ควรตรวจเลือดหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ด้วย เช่น ไวรัสเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส เป็นต้น รวมทั้งผู้ป่วยต้องแจ้งให้คู่นอนไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาเช่นเดียวกัน

แนวทางการดูแลรักษา

  • รักษาด้วยยาปฏิชีวนะโดยเร็วที่สุด เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น โดยยาที่ใช้รักษา คือ Metronidazole หรือ Tinidazole ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และไปพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติใดๆหลังใช้ยา
  • งดมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างการรักษา และ หลังจากหายเป็นปกติอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
  • หญิงมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรก่อนรับยา Metronidazole หรือ Tinidazole เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือทารกได้
  • ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ
  • รับประทานยาแก้ปวดหากมีอาการปวดหรือแสบ
  • ต้องรักษาคู่นอนร่วมด้วยเสมอ แม้ว่าจะไม่มีอาการก็ตาม

แพทย์เฉพาะทางแนะนำ

สูตินรีแพทย์

ข้อควรระวัง

หากไม่รักษาให้หายขาด โรคพยาธิในช่องคลอดอาจทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพที่ร้ายแรงตามมา ดังนี้

  • หญิงมีครรภ์เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด รวมทั้งทารกอาจมีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อยกว่าปกติ หรือ อาจติดเชื้อปรสิตจากแม่ได้
  • เกิดภาวะติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ซึ่งการอักเสบอาจทำให้ท่อนำไข่เกิดเป็นแผลเป็น เกิดอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง หรือ ส่งผลให้มีลูกยากได้

ข้อมูลเพิ่มเติม

https://bumrungrad.com/th/health-blog/july-2019/trichomoniasis#:~:text=โรคพยาธิในช่องคลอด%20(Trichomoniasis%20หรือเรียกสั้นๆ,เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ https://www.cdc.gov/std/trichomonas/stdfact-trichomoniasis.htm

Related Articles

View all
article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (Abnormal vaginal bleeding unspecified)

ภาวะเลือดออกผิดปกติทางช่องคลอด (Abnormal vaginal bleeding unspecified)

ประจำเดือน...มาเยอะ มาน้อย เสี่ยง มีภาวะเลือดออกผิดปกติ ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก(Abnormal uterine bleeding) นั้นหมายถึงการที่รอบประจำเดือนมีความผิดปกติ คลาดเคลื่อน รวมถึง ระยะเวลาที่มีประจำเดือน, ปริมาณเลือดที่ออกมา, ความห่างของแต่ละรอบเดือน มีความผิดปกติเกิดขึ้น โดยปกติแล้วนั้นรอบเดือนควรจะมีทุกๆ 24-38 วัน โดยระยะเวลาที่มีเลือดระดูออกมานั้นอยู่ที่ 3-8 วัน รวมถึงความผิดปกติของเลือดระดูที่ออกมานั้นถ้ามีเลือดออกในช่วงระหว่างรอบเดือน, หลังจากการมีเพศสัมพันธ์,

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • สงสัยภาวะตั้งครรภ์ (Pregnancy)

สงสัยภาวะตั้งครรภ์ (Pregnancy)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค การตั้งครรภ์ (Pregnancy) คือ ภาวะที่เกิดจากการปฏิสนธิระหว่างไข่กับอสุจิ แล้วได้ตัวอ่อนเกิดขึ้นมา ในการตั้งครรภ์ปกติ ตัวอ่อนจะไปฝังอยู่ที่เยื่อบุโพรงมดลูก และตัวอ่อนจะแบ่งตัวและพัฒนาเป็นอวัยวะต่าง ๆ จนเจริญเติบโตเป็นทารก ซึ่งผู้หญิงโดยทั่วไปที่มีประจำเดือนปกติและมาสม่ำเสมอทุก ๆ 28 - 30 วัน จะตั้งครรภ์ประมาณ 40 สัปดาห์ หรือประมาณ 280 วัน นับจากวันแรกของการมีประจำเดือนครั้งล่าสุด อาการของโรค * ประจำเดือนขาด * มีอาการแพ้ท้อง ปรากฏในช่วงตั้งครรภ์ได้ประมาณ 6 สัปดาห์

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • เลือดออกช่องคลอดหลังหมดประจำเดือน (Post- menopausal bleeding unspecified)

เลือดออกช่องคลอดหลังหมดประจำเดือน (Post- menopausal bleeding unspecified)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค ภาวะเลือดออกช่องคลอดหลังหมดประจำเดือน หมายถึง สตรีที่มีเลือดออกทางช่องคลอดหลังจากที่ไม่มีระดูติดต่อกันอย่างน้อย 12 เดือน โดยที่สตรีผู้นั้นอยู่ในควรอยู่ในช่วงวัยหมดระดู ช่วงปกติอยู่ที่อายุ 45 ถึง 55 ปี สาเหตุของเลือดออกหลังหมดประจำเดือนสามารถจำแนกตามตำแหน่งที่เกิดความผิดปกติ ได้ดังนี้ * สาเหตุจากโพรงมดลูก ได้แก่ * เยื่อบุโพรงมดลูกฝ่อบาง จากการขาดฮอร์โมนเอสโตรเจน เกิดการเสียดสีระหว่างเยื่อบุโพรงมดลูก เกิดการอักเสบเรื้อรัง ส่งผลทำให้เกิดเลือดออกได้ * ติ่งเนื้อในพรง

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • มะเร็งปากมดลูก (CA cervix)

มะเร็งปากมดลูก (CA cervix)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค มะเร็งปากมดลูก เป็นมะเร็งของอวัยวะสืบพันธุ์สตรี เป็นมะเร็งที่พบบ่อยที่สุดในสตรีไทย และทำให้มีผู้ป่วยเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก สาเหตุสำคัญของโรคนี้เกิดจากเชื้อ Human papilloma virus หรืออีกชื่อหนึ่งว่า เชื้อเอชพีวี (HPV) ซึ่งเป็นโรคติดต่อจากการมีเพศสัมพันธ์ ในชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งอาจจะเคยได้รับเชื้อนี้แต่ร้อยละ 90 นั้นร่างกายสามารถกำจัดเชื้อออกไปได้เอง ขณะที่ผู้ที่ได้รับเชื้ออีกร้อยละ 10 ร่างกายไม่สามารถกำจัดเชื้อได้หมด เชื้อนี้จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของเนื้อเยื่อบริเ

article-cover
  • อวัยวะเพศ, ระบบสืบพันธุ์
  • ภาวะหมดประจำเดือน/วัยทอง (Menopause)

ภาวะหมดประจำเดือน/วัยทอง (Menopause)

ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค วัยหมดประจำเดือน หรือวัยหมดระดู หมายถึง สตรีในวัย 40 – 59 ปี ที่มีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) ลดลงเนื่องจากรังไข่หยุดทำงาน ซึ่งเป็นภาวะที่เกิดขึ้นในหญิงทุกคนตามธรรมชาติ ทำให้สิ้นสุดการมีประจำเดือนอย่างถาวรร่วมด้วยกับการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาอื่นๆตามมา เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกระดูกพรุน โรคเบาหวาน โรคหัวใจ เป็นต้น อาการของโรค อาการระยะสั้น * ประจำเดือนมาไม่ปกติ มาติดกันหรือห่างจากกันมาก หรือเลือดออกช่องคลอดกะปริบกะปรอยได้ * อาการร้อนวูบวาบ * นอนไม่หลั