What Causes ติดเชื้อพยาธิในช่องคลอด (Trichomonas vaginitis) Disease, and What are the Initial Treatment Methods?


Written by
ข้อมูลโรคและสาเหตุการเกิดโรค
โรคพยาธิในช่องคลอด (Trichomoniasis) เป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบได้บ่อย เกิดจากการติดเชื้อโปรโตซัวที่มีชื่อว่า Trichomonas vaginalis พบในทั้งผู้หญิงและผู้ชาย โดยผู้ชายส่วนใหญ่จะไม่แสดงอาการใดๆแต่สามารถแพร่เชื้อได้ ในขณะที่ผู้หญิงจะมีอาการค่อยข้างชัดเจน ถึงแม้ว่าจะไม่มีอาการแต่หากพบว่ามีการติดเชื้อ ควรรีบรักษาเพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ เชื้อจะยังคงอยู่ในร่างกายเป็นเวลานานหลายปีและสามารถติดต่อไปสู่คู่นอนได้ เชื้อนี้มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาทำให้เกิดการระคายเคืองในช่องคลอดมาก สามารถตรวจพบเชื้อได้ในน้ำอสุจิและน้ำในช่องคลอด จึงถ่ายทอดผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์เป็นหลัก
อาการของโรค
- มีตกขาวมากผิดปกติ ตกขาวเป็นฟอง ตกขาวเป็นสีเหลือง หรือเขียว
- ช่องคลอดมีกลิ่นเหม็น
- มีเลือดไหลออกจากช่องคลอดแบบกะปริบกะปรอย
- บวม แดง คัน หรือรู้สึกแสบบริเวณช่องคลอดและอวัยวะเพศ
- ปวดปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด
- เจ็บปวดขณะมีเพศสัมพันธ์
แนวทางการตรวจวินิจฉัยโรค
แพทย์จะทำการวินิจฉัยโดยการซักประวัติอาการผู้ป่วย ร่วมกับประวัติเพศสัมพันธ์ และประวัติการเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ ตรวจร่างกายดูความผิดปกติของอวัยวะเพศภายนอก และตรวจภายใน หลังจากนั้นแพทย์จะเก็บตัวอย่างสารคัดหลั่งจากช่องคลอดเพื่อนำไปตรวจในห้องปฏิบัติการ ด้วยการส่องกล้องจุลทรรศน์ หรือเพาะเชื้อจากตัวอย่างสารในช่องคลอด แพทย์อาจรักษาผู้ป่วยโดยไม่รอผลการตรวจวินิจฉัย เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น ส่วนผู้ป่วยที่พบว่าตนเองติดเชื้อพยาธิในช่องคลอดแน่ชัดแล้ว ควรตรวจเลือดหาโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่น ๆ ด้วย เช่น ไวรัสเอชไอวี ไวรัสตับอักเสบบี และซิฟิลิส เป็นต้น รวมทั้งผู้ป่วยต้องแจ้งให้คู่นอนไปพบแพทย์เพื่อรับการตรวจรักษาเช่นเดียวกัน
แนวทางการดูแลรักษา
- รักษาด้วยยาปฏิชีวนะโดยเร็วที่สุด เพื่อลดโอกาสการแพร่เชื้อไปสู่ผู้อื่น โดยยาที่ใช้รักษา คือ Metronidazole หรือ Tinidazole ควรรับประทานยาตามแพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด และไปพบแพทย์หากมีอาการผิดปกติใดๆหลังใช้ยา
- งดมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างการรักษา และ หลังจากหายเป็นปกติอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อสู่ผู้อื่น
- หญิงมีครรภ์หรือกำลังให้นมบุตรต้องแจ้งแพทย์และเภสัชกรก่อนรับยา Metronidazole หรือ Tinidazole เพราะอาจเป็นอันตรายต่อตนเองหรือทารกได้
- ดูแลรักษาความสะอาดบริเวณอวัยวะเพศ
- รับประทานยาแก้ปวดหากมีอาการปวดหรือแสบ
- ต้องรักษาคู่นอนร่วมด้วยเสมอ แม้ว่าจะไม่มีอาการก็ตาม
แพทย์เฉพาะทางแนะนำ
สูตินรีแพทย์
ข้อควรระวัง
หากไม่รักษาให้หายขาด โรคพยาธิในช่องคลอดอาจทำให้เกิดปัญหาทางสุขภาพที่ร้ายแรงตามมา ดังนี้
- หญิงมีครรภ์เสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนด รวมทั้งทารกอาจมีน้ำหนักตัวแรกเกิดน้อยกว่าปกติ หรือ อาจติดเชื้อปรสิตจากแม่ได้
- เกิดภาวะติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน ซึ่งการอักเสบอาจทำให้ท่อนำไข่เกิดเป็นแผลเป็น เกิดอาการปวดอุ้งเชิงกรานเรื้อรัง หรือ ส่งผลให้มีลูกยากได้
ข้อมูลเพิ่มเติม
https://bumrungrad.com/th/health-blog/july-2019/trichomoniasis#:~:text=โรคพยาธิในช่องคลอด%20(Trichomoniasis%20หรือเรียกสั้นๆ,เพราะถ้าปล่อยทิ้งไว้ https://www.cdc.gov/std/trichomonas/stdfact-trichomoniasis.htm






