ซึมเศร้าหลังคลอดอาการเป็นยังไง..?

Post date:
feature-image-blurfeature-image

Written by

Share article

share-optionshare-optionshare-optionshare-option

เป็นอีก 1 ข่าวที่น่าสลดใจ ที่เกี่ยวกับคุณแม่ ที่ประสบกับปัญหาซึมเศร้าหลังคลอด และจบชีวิตตัวเองกับลูกน้อยไป แน่นอนนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราเคยได้บินข่าวแบบนี้แน่นอน ปีที่แล้วก็มีข่าวสลดที่คุณแม่กระโดดลงมาจากตึกพร้อมลูกน้อย และคาดว่าคุณแม่เป็นโรคซึมเศร้าหลังคลอด

แล้ว เจ้าโรคซึมเศร้าหลังคลอดนี่มันคืออะไรกัน..?

ซึมเศร้าหลังคลอดคืออะไร?


อันดับแรกต้องอธิบายก่อนว่า หลังคลอดเนี่ย นอกจากจะมีอาการทางร่างกาย อย่าง คัดตึงเต้านม ผิวแตกลาย หรือ ท้องผูกเนี่ย ยังจะมีอาการทางจิตใจ ที่เกิดจากระดับฮอร์โมนที่ไม่ปกติของคุณแม่อย่าง รู้สึกเสียใจ หมดหวัง ร้องไห้อย่างไม่มีเหตุผล กินข้าวน้อยลง หรือเก็บตัว

องค์การอนามัยโลก ระบุว่า 1 ใน 5 ของแม่ลูกอ่อนในประเทศกำลังพัฒนามีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดลูก และผู้เชี่ยวชาญระบุว่าตัวเลขจริงอาจสูงกว่านี้ เพราะหลายคนไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากแพทย์

โดยอาการเหล่านี้จะถูกแบ่งออกเป็นสองระดับคือ

  • ภาวะซึมเศร้า Postpartum blue
  • โรคซึมเศร้าหลังคลอด Postpartum Depression

ภาวะซึมเศร้า Postpartum blue

เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของระดับฮอร์โมน โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ที่ยังปรับตัวหลังคลอดไม่ค่อยได้

อาการที่อาจมีได้คือ

  • อาการหงุดหงิด
  • อารมณ์แปรปรวน
  • เศร้า
  • เสียใจ
  • ร่างกายอ่อนเพลีย
  • นอนไม่หลับ
  • มีความกังวลเรื่องลูก
  • ไม่อยากอาหาร

อาการเหล่านี้อาจอยู่ประมาณ 5 วัน ถึง 2 สัปดาห์ ขึ้นอยู่กับคุณแม่แต่ละคน

การรักษา
อาการเหล่านี้สามารถดีขึ้นเองได้โดยไม่ต้องทำการรักษา จากการดูแลเอาใจใส่อย่างใกล้ชิดจากครอบครัว และคนรอบข้าง รวมถึงตัวคุณแม่เองด้วย

โรคซึมเศร้าหลังคลอด Postpartum depression

เกิดจากความผิดปกติของอารมณ์หลังคลอดระดับปานกลางจนถึงรุนแรง

อาการที่อาจมีได้คือ

  • รู้สึกเศร้า หมดหวัง
  • อารมณ์แปรปรวน
  • วิตกกังวลมากผิดปกติ
  • มีปัญหาในการนอนหลับ
  • ร้องไห้มากกว่าปกติ
  • มีปัญหาเรื่องสมาธิ การจดจำรายละเอียด หรือการตัดสินใจ
  • หมดความสนใจในสิ่งที่ชอบหรืองานอดิเรก
  • กินอาการน้อย หรือ มากผิดปกติ
  • เก็บตัว
  • มีปัญหาในการสร้างความผูกพันระหว่างแม่ลูก

****มีความคิดทำร้ายตัวเองหรือลูก

ปัจจัยเสี่ยง

  • ผู้ที่มีประวัติเป็นคนอารมณ์อ่อนไหวง่าย
  • มีคนในครอบครัวป่วยเป็นโรคซึมเศร้า ไบโพลาร์
  • ผู้ที่ต้องเผชิญกับความเครียด
  • ผู้ที่มีประวัติความผิดปกติทางอารมณ์มาก่อน
  • ตั้งครรห์ไม่พร้อม
  • ปัญหาการเงิน

การรักษา

  • จิตบำบัด

รักษาด้วยการพูดคุยกับจิตแพทย์ เพื่อรับมือกับปัญหาและให้กำลังใจผู้ป่วย ในบางกรณีแพทย์อาจให้คนในครอบครัวหรือคนใกล้ชิดมานั่งพูดคุยไปพร้อมกันด้วย เพื่อกระชับความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน และช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกดีหรือสบายใจขึ้น

  • ยาต้านเศร้า

เป็นยาที่ใช้ในการรักษาภาวะซึมเศร้า ในบางกรณีแพทย์อาจให้คุณแม่ใช้ยานี้ในการรักษาด้วย แต่มีความเสี่ยงที่อาจได้รับจากการรักษาด้วยยาต้านเศร้าแต่ละชนิด เพราะยาอาจปนเปื้อนในน้ำนมได้ และมียาบางชนิดที่ส่งผลข้างเคียงกับลูกน้อยอีกด้วย

การป้องกันภาวะซึมเศร้าและโรคซึมเศร้าหลังคลอด

แน่นอนว่าความเสี่ยงเหล่านี้เราสามารถลดและเลี่ยงได้ โดยการดูแลสุขภาพกายใจให้ดีอยู่เสมอ เพื่อช่วยรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและความเครียดที่อาจเกิดขึ้นหลังจากคลอดบุตร ดังนี้

  • รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบถ้วน
  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
  • หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หากเคยเป็นโรคซึมเศร้าหรือมีภาวะซึมเศร้าหลังคลอดมาก่อน ควรปรึกษาแพทย์ก่อนวางแผนตั้งครรภ์ หรือขณะตั้งครรห์ หากพบความผิดปกติแพทย์จะเริ่มทำการรักษาทันที เพื่อไม่ให้อาการรุนแรงขึ้น
  • หลังจากคลอดแล้ว หากมีอาการผิดปกติใดๆ ควรรีบปรึกษาแพทย์ทันทีเพราะยิ่งตรวจพบและเข้ารับการรักษาเร็วเท่าใดก็ยิ่งส่งผลดีมากขึ้นเท่านั้น

แน่นอนว่าคนรอบข้างรวมถึงตัวคุณแม่เองต้องคอยสังเกตความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับตนเองอยู่เสมอ ทั้งทางร่างกายและอารมณ์ หากคุณแม่หลังคลอดคนใดมีอาการผิดปกติ หรือเป็นนานเกินไป ควรปรึกษาแพทย์ทันที !

อ้างอิง

https://www.bbc.com/thai/international-58847146

Related Articles

View all
article-cover
  • HealthOS
  • dentist

จัดฟันดูแลยังไง? 7 วิธีดูแลสุขภาพช่องปากคนจัดฟันที่ทันตแพทย์แนะนำ

การจัดฟัน คือการลงทุนเพื่อรอยยิ้มที่สวยงามและการสบฟันที่ดีในระยะยาว แต่การเดินทางครั้งนี้ต้องอาศัยการดูแลที่ "พิเศษ" กว่าเดิม เพราะเครื่องมือจัดฟันที่ซับซ้อน ไม่ว่าจะเป็นแบร็กเก็ตหรือลวด สามารถกลายเป็นแหล่งสะสมของเศษอาหารและคราบจุลินทรีย์ได้ง่าย หากละเลยการทำความสะอาด อาจนำไปสู่ปัญหาน่ากังวล เช่น เหงือกอักเสบ, ฟันผุ, หรือเกิดคราบขาวถาวรบนผิวฟันหลังถอดเครื่องมือ บทความนี้ ทันตแพทย์มีคำตอบและเคล็ดลับสำคัญในการดูแลสุขภาพช่องปากสำหรับคนจัดฟันโดยเฉพาะ การจัดฟันให้สำเร็จลุล่วง ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการวา

article-cover
  • HealthOS
  • dentist

ก่อนจัดฟันควรรู้อะไรบ้าง? 5 คำตอบสำหรับคนอยากจัดฟันเพื่อปรับโครงหน้า

ก่อนจัดฟันควรรู้อะไรบ้าง? 5 คำตอบสำหรับคนจัดฟันอยากปรับโครงหน้า หลายคนกำลังตัดสินใจ "จัดฟัน" ด้วยความหวังที่จะมีรอยยิ้มที่สวยงามและมั่นใจยิ่งขึ้น แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการจัดฟันที่วางแผนอย่างถูกต้อง สามารถให้ผลลัพธ์ได้มากกว่าแค่ฟันที่เรียงตัวสวยงาม? มันคือศาสตร์ที่สามารถปรับเปลี่ยนโครงสร้างใบหน้าให้สมดุลได้ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากจัดฟันเพื่อ "ปรับโครงหน้า" โดยเฉพาะ นี่คือ 5 สิ่งสำคัญที่ต้องรู้ ซึ่งจะตอบทุกข้อสงสัยโดย หมอรวิวรรณ ทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดฟันเคสซับซ้อนโดยตรง พบกับ "หมอรวิวร

article-cover
  • Depression
  • โรคซึมเศร้า
  • +1

โรคซึมเศร้า…ควรเริ่มรักษาอย่างไร เช็กอาการเบื้องต้น และปรึกษาจิตแพทย์ที่ไหนดี?

เริ่มทำแบบทดสอบโรคซึมเศร้า เสี่ยงเป็นโรคซึมเศร้าระดับความรุนแรงนี้.. ควรเริ่มรักษายัง? รักษาโรคซึมเศร้า อย่างไรได้บ้าง จิตแพทย์กับนักจิตวิทยา ต่างกันยังไง? แนะนำที่รักษาโรคซึมเศร้า ก่อนอื่นอยากให้รู้กันก่อนว่า คำว่า “โรค” บ่งว่าเป็นความผิดปกติทางการแพทย์ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการดูแลรักษาเพื่อให้อาการทุเลา ต่างจากภาวะอารมณ์เศร้าตามปกติธรรมดาที่ถ้าเหตุการณ์ต่างๆ รอบตัวคลี่คลายลง หรือมีคนเข้าใจเห็นใจ อารมณ์เศร้านี้ก็อาจหายได้ คนที่เป็นโรคซึมเศร้านอกจากมีอารมณ์ซึมเศร้าร่วมกับอาการต่างๆ แล้

article-cover
  • HealthOS

ไขข้อสงสัย จัดฟันช่วยปรับรูปหน้าได้จริงไหม และทำได้อย่างไร?

หลายคนอาจไม่รู้ว่า การจัดฟันไม่ใช่แค่เรื่องฟันเรียงสวย แต่สามารถ เปลี่ยนรูปหน้าให้สวย ได้ด้วย! โดยเฉพาะเคสที่มีความผิดปกติของโครงหน้า ทำให้เกิดความไม่มั่นใจในรอยยิ้มหรือรูปหน้าที่อาจเป็นปัญหาที่หลายคนเผชิญ และ "การจัดฟัน" ก็มักจะเป็นคำตอบแรกที่นึกถึง แต่สำหรับบางกรณีที่ความผิดปกติไม่ได้อยู่ที่การเรียงตัวของฟันเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่โครงสร้างกระดูกขากรรไกรด้วย การจัดฟันแบบธรรมดาจึงไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ในบทความนี้ หมอรวิวรรณ ทันตแพทย์เพาะทางด้านจัดฟัน เชี่ยวชาญด้านเคสจัดฟันยาก มีประสบการณ์มากกว่

article-cover
  • mental health

ความเครียด ! ภัยเงียบวัยทำงาน อันตรายมากกว่าที่คิด !

ความเครียดและการทำงาน อาจเป็นของที่มาคู่กันเสมอ แต่หากความเครียดนั้นมีมากจนเกินไป อาจส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ทั้งร่างกายและจิตใจของเราอย่างคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว ! ข้อมูลจากผลสำรวจคะแนนสุขภาพและความเป็นอยู่แบบ 360° ของซิกน่า (Cigna) บริษัทประกันสุขภาพระดับโลกจากประเทศสหรัฐอเมริกา เผยว่า คนไทยกว่า 91% คิดว่าและยอมรับว่าตัวเองนั้น อยู่ในภาวะเครียด ซึ่งแน่นอนว่าตัวเลขนี้บ่งบอกสภาพสังคมการทำงานในประเทศไทยได้เป็นอย่างมาก นอกจากนี้ตัวเลข 91% นี้ยังสูงกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกอีกด้วย โดยค่าเฉ